top of page
Search

คู่มือดูแลแมวสูงวัย ทำอย่างไรให้น้องแมวอายุ 7 ปีขึ้นไปมีสุขภาพดีและมีความสุข

การดูแลที่ใส่ใจมากขึ้น ทั้งเรื่องอาหารและการแพทย์ ทำให้น้องแมวอยู่กับเราได้นานขึ้น น้องแมวสูงวัยอายุ 7 ปีขึ้นไป ก็สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ หากคุณพ่อคุณแม่ปรับการดูแลให้เหมาะกับวัย บทความนี้จะเป็นแนวทางที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลน้องแมวสูงวัยได้อย่างมั่นใจมากขึ้น


การเปลี่ยนแปลงเมื่อน้องแมวอายุมาก

น้องแมวที่อายุมากนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกายและพฤติกรรม ตัวอย่างเช่น

  • การมองเห็น/การได้ยิน เสื่อมสภาพลง ส่งผลให้อาจจะมีการตกใจ หรือตื่นตระหนกได้ง่ายขึ้นหากมีการเข้าตัวน้องโดยที่น้องไม่รู้ตัว เเต่อย่างไรก็ตามน้องแมวสามารถค่อยๆ ปรับตัวได้หากการเสื่อมเกิดเเบบค่อยเป็นค่อยไป 

  • การรับรสชาติรวมถึงดมกลิ่นได้เเย่ลง ส่งผลให้น้องแมวกินอาหารได้น้อยลง ให้ลองอุ่นอาหารเล็กน้อยก่อนให้น้อง เพื่อให้มีกลิ่นออกมามากขึ้นหรือปรับอาหารเป็นสูตรที่มีการเพิ่มกลิ่นของอาหาร เป็นต้น

  • มวลกล้ามเนื้อและกระดูกลดลง ทำให้เมื่อสัตวแพทย์ประเมิณค่าความสมบูรณ์ของร่างกายและกล้ามเนื้อของน้องจะลดลง ส่งผลให้การเคลื่อนไหวจากเดิมที่สามารถทำได้ง่ายๆ นั้นยากขึ้นเช่น การกระโดด การวิ่ง เป็นต้น

  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้นหรือหายช้าลง

  • อาจจะมีภาวะสมองเสื่อม ทำให้จดจำกิจวัตรประจำวันเดิมๆ ไม่ได้ มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น ปัสสาวะไม่เป็นที่ เดินวน ร้องเวลากลางคืน เป็นต้น


โรคที่สามารถพบได้บ่อยในแมวสูงวัย

  1. โรคไตเรื้อรัง (CKD) : เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของไต ทำให้ปัสสาวะเจือจางลง แร่ธาตุหรือโปรตีนที่จำเป็นนั้นสูญเสียไปกับปัสสาวะส่งผลให้ น้องแมวดื่มน้ำเยอะ ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดลง มวลกล้ามเนื้อลดลง เป็นโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยเพื่อประเมินระยะของโรคเเละรักษาตามระยะนั้นๆ

  2. เบาหวาน (Diabetes Mellitus) : ในน้องแมวสูงอายุมักเป็นเบาหวานประเภท 2 หรือเกิดจากการดื้ออินซูลิน หรือ อาจจะเกิดจากการมีภาวะตับอ่อนอักเสบเเบบเรื้อรังร่วมด้วยก็ได้ ในช่วงแรกจะดูหิว สามารถกินอาหารได้เยอะเเต่น้ำหนักลดลงเรื่อยๆ หากไม่รักษาเมื่อถึงระยะที่เรียกว่าเบาหวานเป็นพิษ (Diabetic ketoacidosis ) อาการจะรุนแรงขึ้น ทำให้น้องแมวซึม อาเจียนและสามารถเสียชีวิตได้

  3. ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) : โดยปกติเเล้วต่อมไทรอยด์ มีหน้าที่ในการเพิ่มอัตราการเมทาบอริซึมในร่างกาย ซึ่งโรคนี้จะทำให้มีการสร้างฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์มากจนเกินไปทำให้น้องแมวผอมลงเรื่อยๆแม้ว่าจะกินเก่ง นอกจากนี้ยังส่งผลต่ออัตราการเต้นหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานหนักและความดันที่สูงขึ้นก็ยังส่งผลกับไตของน้องอีกด้วย

  4. โรคเหงือก / ฟัน (Dental Disease) : น้องแมวสูงวัยที่ไม่ได้รับการดูแลช่องปากมักจะมีปัญหาหินปูนสะสม ทำให้เหงือกอักเสบ ติดเชื้อได้ ทำให้น้องแมวเจ็บ ส่งผลให้กินอาหารได้น้อยลง

  5. มะเร็ง (Cancer) : เมื่อน้องอายุมากขึ้น ความเสี่ยงในเกิดเนื้องอกหรือมะเร็งก็เพิ่มขึ้น อาจจะพบเจอก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งทั้งที่ผิวหนังภายนอกหรืออวัยวะภายในก็ได้ ขึ้นอยู่กับชนิด อาการอาจจะทำให้น้ำหนักลด ก้อนหากขยายใหญ่หากเป็นแผลจะสร้างความเจ็บปวดให้กับน้องแมวหรือเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ

  6. ข้อเสื่อม (Arthritis / Osteoarthritis) : เป็นภาวะที่ข้อเกิดการเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการเสียดสี อักเสบ เจ็บปวดเรื้อรัง ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของน้องแมว เช่น ไม่ค่อยกระโดด หรือเดินขึ้นลงบันได เดินกระเพลก ไม่อยากให้จับตัวหรือหงุดหงิดเกรี้ยวกราดมากขึ้น

  7. โรคหัวใจ (Heart Disease) ในน้องแมวสูงอายุมักมีปัญหาการหนาตัวของหัวใจ อาจจะมีหรือไม่มีอาการเลยก็ได้ เเต่หากมีอาการมักจะเป็นระยะที่รุนแรงเเล้ว โดยอาการที่อาจจะพบได้ เช่น เป็นลม หอบอ้าปากหายใจ ท้องมาน หรือเกิดภาวะอัมพาตที่ขาหลัง

แนวทางดูแลแมวสูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

1.ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

น้องแมวสูงวัยควรได้รับการตรวจสุขภาพ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ โดยควรเพิ่มความถี่ในการตรวจเป็นทุกๆ 6 เดือน โดยผู้ปกครองสัตว์สามารถตรวจดูความสมบูรณ์ของร่างกายและมวลกล้ามเนื้อน้องแมวได้ที่บ้านคร่าวๆ เพื่อดูว่าแมวนั้นมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างมากน้อยเเค่ไหน โดยสามารถดูวิธีการได้ตามลิงค์ https://www.uvethospital.com/post/dog-cat-obesity-tips

2. ปรับโภชนาการตามวัย

ควรปรับโภชนาการให้เหมาะสมกับวัยของน้องแมวและโรคประจำตัว ทั้งนี้ก่อนจะปรับอาหารควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเพื่อเลือกสูตรอาหารที่เหมาะสมกับน้อง และคำนวนปริมาณการกินให้เหมาะสมกับค่าความสมบูรณ์ของร่างกาย

3. ปรับพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม

การปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้เหมาะสมจะทำให้น้องเเมวใช้ชีวิตได้ปลอดภัยและมีความสุขมากขึ้น โดยมีแนวทางดังนี้

  • ควรติดตั้งบันไดแมวหรือทางลาดให้น้องไม่ต้องกระโดดขึ้นคอนโดแมวหรือที่นอน

  • กล่องหรือกระบะทรายควรเลือกให้มีขอบต่ำเพื่อให้เข้าออกได้ง่าย และจำนวนกระบะทรายควรมีเท่ากับจำนวนน้องแมว+1 และทำความสะอาดเป็นประจำ

  • น้องแมวที่อายุมากขึ้นจะชอบอาบแดดมากขึ้น เนื่องจากการควบคุมอุณหภูมิร่างกายที่ไม่ดีเท่าเดิม ดังนั้นควรวางเบาะนอนเล่น ไว้ในจุดที่ห่างจากแอร์ ลมไม่โกรกและโดนเเสงแดด 

  • เนื่องจากการมองเห็นของน้องแมวสูงวัยนั้นแย่ลง โดยเฉพาะในที่มืดทำให้เสี่ยงต่อการเดินชนหรือหลงทิศทาง จึงควรติดไฟสลัวหรือไฟกลางคืนให้ในจุดที่น้องแมวอาจจะเดินเช่น ทางเดิน บริเวณกระบะทราย บริเวณจุดวางน้ำและอาหาร

  • การเข้าหาน้องแมวสูงวัยนั้นควรเรียกชื่อแมว หรือเดินเข้าหาจากด้านหน้าเพื่อให้น้องเห็นเราก่อนไม่ควรเข้าหาจากทางด้านหลังเพราะน้องแมวสูงวัย หูอาจจะเริ่มไม่ได้ยินทำให้ ตกใจหรือหวาดระเเวง และอาจจะทำร้ายเราได้หากตกใจ

4. การดูแลขนและสุขอนามัย

น้องแมวสูงวัยจะเริ่มเลียขนตัวเองให้ทั่วถึงลดลง เนื่องจากการเสื่องของข้อกระดูก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรดูแล เพื่อช่วยลดปัญหาผิวหนังที่อาจจะตามมาได้

ควรแปรงขนน้องแมวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งหรือทุกวันในแมวที่ขนยาว สังเกตบริเวณที่ขนพันกัน ควรตัดเล็มออกหรือสางขนให้กลับมาเป็นปกติเพื่อป้องกันการสกปรกหรือชื้น 

ควรตัดเล็บแมวทุก 2-4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันเล็บยาวจนจิกเนื้ออุ้งเท้าตัวเอง 

ควรเปิดปากเพื่อตรวจดูหินปูน เหงือกอักเสบหรือแผลในช่องปากเป็นประจำและหากเป็นไปได้ควรแปรงฟันให้น้องแมวเป็นประจำทุกวันด้วยยาสีฟันเฉพาะสำหรับสัตว์  

5. ดูแลสุขภาพจิตใจ

ในน้องแมวสูงวัยอาจมีปัญหาภาวะสมองเสื่อมในแมวได้เพื่อลดความเสี่ยงผู้ปกครองควรหากิจกรรมเพื่อกระตุ้นสมอง เช่น การใช้ของเล่นแบบ Puzzle feeder เพื่อกระตุ้นการคิดก่อนที่จะได้กินอาหารหรือขนม หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายบริเวณที่เป็นอาณาเขตของแมว เช่น กระบะทราย บริเวณที่นอน ที่กินอาหาร ใส่ใจน้องแมว ลูบตัวแปรงขน ให้เวลาและใช้เวลากับน้องแมวให้มากขึ้นหากน้องต้องการ หรือให้พื้นที่ส่วนตัวหากน้องเริ่มหงุดหงิด 


เราเชื่อว่าการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน จะช่วยให้น้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี การตรวจสุขภาพเป็นประจำช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนดูแลได้อย่างเหมาะสม

 
 
 

Comments


bottom of page