top of page
Search

วัคซีนหมา สำคัญยังไง? มีกี่ชนิด ป้องกันโรคอะไรได้บ้าง? รวมข้อมูลครบที่นี่!

  • 2 hours ago
  • 2 min read

การเลี้ยงดูสุนัขให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสุข นอกจากความรักความเอาใจใส่ให้สุนัขแล้ว การป้องกันโรคด้วย “วัคซีนหมา” ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน วัคซีนช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่ป้องกันยากและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต การที่ได้รับวัคซีนตามกำหนดช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้พร้อมรับมือกับเชื้อโรคที่พบได้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่สัตวแพทย์ทั่วโลกให้ความสำคัญ บทความนี้เราจะอธิบายทุกเรื่องที่เจ้าของควรรู้เกี่ยวกับวัคซีนหมา ตั้งแต่ชนิดของวัคซีน ตารางการฉีด ไปจนถึงข้อควรปฏิบัติหลังการฉีดวัคซีน เพื่อให้คุณดูแลสุนัขได้อย่างมั่นใจ 



การฉีดวัคซีนในสุนัขสำคัญอย่างไร


การฉีดวัคซีนจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของสุนัขสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคติดเชื้อต่าง ๆ ก่อนที่จะสัมผัสเชื้อโรคจริง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย ลดความรุนแรงของโรค และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดีมากขึ้น การฉีดวัคซีนเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่สัตวแพทย์แนะนำ โดยควรเริ่มฉีดตั้งแต่ลูกสุนัขและรับวัคซีนกระตุ้นตามกำหนด เพื่อให้สุนัขมีภูมิคุ้มกันที่เพียงพอและมีสุขภาพแข็งแรงในทุกช่วงวัย 


วัคซีนหมามีกี่ชนิด? แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง?


วัคซีนหมา เป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่สำคัญสำหรับสุนัข เพราะจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของสุนัขสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคติดเชื้อต่าง ๆ โดยทั่วไป วัคซีนสุนัขสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ วัคซีนหลัก (Core Vaccines) และ วัคซีนเสริม (Non-core Vaccines) ซึ่งสัตวแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ตามอายุ สุขภาพ พฤติกรรม และความเสี่ยงในการสัมผัสโรคของสุนัขแต่ละตัว


1. วัคซีนหลัก (Core Vaccines)


วัคซีนหลัก คือ วัคซีนที่สุนัขทุกตัวจำเป็นต้องได้รับ ไม่ว่าจะเลี้ยงในบ้านหรือนอกบ้าน เพื่อป้องกันโรคร้ายแรงที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงหรือสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยวัคซีนหลักส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบ วัคซีนรวม เพื่อให้สุนัขได้รับการป้องกันหลายโรคภายในครั้งเดียว ประกอบด้วย


1.1 วัคซีนรวมโรคสุนัข (Combination Vaccine)


วัคซีนรวมเป็นวัคซีนพื้นฐานที่สำคัญสำหรับสุนัขทุกตัว โดยรวมการป้องกันโรคหลายชนิดไว้ในเข็มเดียว เพื่อป้องกันโรคร้ายแรงในลูกสุนัข ได้แก่


  • โรคไข้หัดสุนัข (Canine Distemper): โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร และระบบประสาท อาจทำให้เกิดอาการรุนแรง เช่น ไข้ ไอ น้ำมูก อาเจียน ท้องเสีย ชัก หรือเสียชีวิตได้ อีกทั้งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในลูกสุนัขและสุนัขที่ภูมิคุ้มกันต่ำ

  • โรคลำไส้อักเสบติดต่อ (Canine Parvovirus): เป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง พบได้บ่อยในลูกสุนัข ทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสียรุนแรงปนเลือด เบื่ออาหาร และช็อกหมดสติได้อย่างรวดเร็ว

  • โรคตับอักเสบติดต่อ (Infectious Canine Hepatitis): เกิดจากเชื้อไวรัสที่ส่งผลต่อตับและอวัยวะต่าง ๆ อาการอาจมีตั้งแต่ไข้ ซึม เบื่ออาหาร ปวดท้อง ไปจนถึงภาวะตับทำงานผิดปกติในรายที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้

  • วัคซีนป้องกันโรคฉี่หนู (Leptospirosis): เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่สามารถส่งผลต่อตับและไตจนทำให้สุนัขเสียชีวิตได้ ที่สำคัญ โรคนี้เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ จากการสัมผัสปัสสาวะหรือสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อ


1.2 วัคซีนพิษสุนัขบ้า (Rabies Vaccine)


วัคซีนพิษสุนัขบ้า เป็นวัคซีนสำคัญที่สุนัขทุกตัวควรได้รับ เพราะโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสที่ส่งผลต่อระบบประสาท และมีอัตราการเสียชีวิตสูงมากเมื่อแสดงอาการแล้ว อีกทั้ง โรคนี้สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ผ่านการกัดหรือสัมผัสน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ ดังนั้น การฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าจึงไม่เพียงช่วยป้องกันสุนัข แต่ยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อคนอีกด้วย


2. วัคซีนเสริม (Non-core Vaccines)


วัคซีนเสริม เป็นวัคซีนที่สัตวแพทย์พิจารณาให้เพิ่มเติมตามความเสี่ยงของสุนัขแต่ละตัว ไม่จำเป็นต้องฉีดเหมือนกันทุกตัว โดยจะพิจารณาให้ฉีดเสริมตามปัจจัยความเสี่ยง เช่น สถานที่อยู่อาศัย พฤติกรรม การเดินทาง การสัมผัสกับสุนัขตัวอื่น และสภาพแวดล้อม


  • วัคซีนโรคหลอดลมอักเสบติดต่อในสุนัข (Kennel Cough / Bordetella): โรคนี้เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนต้นของสุนัขส่งผลให้สุนัขมีอาการไอแห้งๆ ซึ่งสามารถติดต่อผ่านทางอากาศโดยเฉพาะในพื้นที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท

  • โรคติดเชื้อไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (Parainfluenza): โรคระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการไอ น้ำมูก และการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในสุนัขที่อยู่รวมกันหลายตัว


สุนัขควรเริ่มฉีดวัคซีนเมื่ออายุเท่าไร


ลูกสุนัขควรเริ่มฉีดวัคซีนครั้งแรก เมื่ออายุประมาณ 8 สัปดาห์ (หรือราว ๆ 2 เดือน) เนื่องจากเป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่เริ่มลดลง จึงทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคมากขึ้น หลังจากนั้นสุนัขควรจะได้รับวัคซีนต่อเนื่องทุก 2-4 สัปดาห์ จนกว่าจะมีอายุครบประมาณ 4 เดือน หรือเป็นไปตามโปรแกรมที่สัตวแพทย์กำหนด เพื่อสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้สมบูรณ์แข็งแรง และเมื่อโตเต็มวัยแล้วจะต้องมารับการฉีดวัคซีนกระตุ้นซ้ำเป็นประจำทุกปีเพื่อคงประสิทธิภาพในการป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ หากรับสุนัขมาเลี้ยงในช่วงอายุมากกว่า 8 สัปดาห์ หรือไม่ทราบประวัติการฉีดวัคซีน ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อประเมินและวางแผนการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมโดยเร็วที่สุด 


ตารางการฉีดวัคซีนหมา ในแต่ละช่วงอายุ

 

ช่วงอายุของสุนัข

ชนิดของวัคซีนที่ควรได้รับ

อายุ 8 สัปดาห์

วัคซีนรวม 5 โรค (เข็มที่ 1)

อายุ 12 สัปดาห์

วัคซีนรวม 5 โรค (เข็มที่ 2)

วัคซีนพิษสุนัขบ้า (เข็มที่ 1)

อายุ 16 สัปดาห์

วัคซีนรวม 5 โรค (เข็มที่ 3) วัคซีนพิษสุนัขบ้า (เข็มที่ 2)

อายุ 1 ปี

วัคซีนรวม 5 โรค (กระตุ้นปีละ 1 ครั้ง)

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า(กระตุ้น ปีละ 1 ครั้ง)

 

หมายเหตุ: โปรแกรมการฉีดวัคซีนอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม โดยขึ้นอยู่ดุลยพินิจของสัตวแพทย์และความเสี่ยงของสุนัขแต่ละตัว


เช็กให้พร้อม! สิ่งที่เจ้าของควรเตรียมก่อนพาน้องหมารับวัคซีน


การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้น้องหมารับวัคซีนได้อย่างปลอดภัย และช่วยให้การสร้างภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีสิ่งที่ควรเตรียมตัวดังนี้


  • เช็กสุขภาพเบื้องต้น: น้องหมาต้องมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีไข้ ท้องเสีย อาเจียน หรือซึม หากเพิ่งรับมาใหม่ควรสังเกตอาการอย่างน้อย 1 สัปดาห์

  • ไม่ต้องงดอาหาร: สามารถให้น้องหมาทานอาหารและน้ำได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องอดอาหารหรืออดน้ำก่อนฉีด

  • พกสมุดวัคซีนประจำตัว: พกสมุดนัดไปด้วยทุกครั้ง เพื่อให้สัตวแพทย์บันทึกข้อมูลได้ถูกต้อง

  • อาบน้ำก่อนวันฉีด: แนะนำให้พาน้องหมาไปอาบน้ำทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อน เพราะหลังฉีดวัคซีนสัตวแพทย์จะแนะนำให้งดอาบน้ำประมาณ 7 วัน


การดูแลน้องหมาหลังฉีดวัคซีนหมาอย่างไรให้ปลอดภัย


การดูแลหลังฉีดวัคซีนอย่างเหมาะสมนั้น จะช่วยให้น้องหมาฟื้นตัวได้ดี ลดความเสี่ยงจากอาการไม่พึงประสงค์ และช่วยให้การสร้างภูมิคุ้มกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


  • ให้พักผ่อนเต็มที่: งดพาไปวิ่งเล่นออกกำลังกายหนัก ๆ อย่างน้อย 1–2 วัน

  • งดอาบน้ำ: หลีกเลี่ยงการอาบน้ำ พาไปว่ายน้ำ หรือตากฝน เพื่อป้องกันร่างกายอ่อนแอ

  • สังเกตอาการใกล้ชิด: อาจพบอาการซึม หรือมีไข้เล็กน้อย ซึ่งจะหายไปได้เองใน 1–2 วัน หรือ หากพบอาการแพ้ เช่น อาเจียน ท้องเสีย หน้าบวม หรือมีตุ่มลมพิษ ให้พามาพบสัตวแพทย์โดยทันที

  • ตรวจดูบริเวณที่ฉีดวัคซีน: หากพบก้อนบวม แดง หรือเจ็บมากผิดปกติ ควรแจ้งสัตวแพทย์

  • ดูแลอาหารและน้ำ: จัดเตรียมน้ำสะอาดและอาหารให้อย่างเหมาะสม 

  • หลีกเลี่ยงการพาไปสถานที่เสี่ยง: โดยเฉพาะลูกสุนัขที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีสุนัขจำนวนมาก 


ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีนหมา


  • อาการซึมและอ่อนเพลีย: ช่วง 1-2 วันแรกหลังฉีดวัคซีน สุนัขอาจมีอาการซึม มีไข้ต่ำๆ กินอาหารน้อยลงหรือนอนมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของร่างกายในการตอบสนองและสร้างภูมิคุ้มกัน

  • บวมหรือเจ็บที่บริเวณฉีด: อาจพบก้อนนูนขนาดเล็กบริเวณที่ฉีดวัคซีน ซึ่งจะยุบหายไปได้เอง

  • อาการแพ้รุนแรง: เช่น หน้าบวม ตาบวม ลมพิษ หายใจลำบาก หรือช็อก ซึ่งต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนหมา (FAQ)


รวมคำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนหมา เพื่อให้เจ้าของมือใหม่ดูแลได้อย่างมั่นใจและถูกวิธี


1. ลูกสุนัขควรเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกตอนอายุเท่าไหร่?


เริ่มฉีดเข็มแรกได้ในช่วงอายุ 8 สัปดาห์ จากนั้นฉีดกระตุ้นต่อเนื่องทุก 2-4 สัปดาห์จนถึงอายุ 4 เดือน


2. วัคซีนหมาจำเป็นต้องฉีดทุกปีหรือไม่?


จำเป็นต้องได้รับวัคซีนกระตุ้นตามกำหนด เนื่องจากระดับภูมิคุ้มกันอาจลดลงตามเวลา โดยความถี่ในการฉีดขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน สุขภาพ และความเสี่ยงของสุนัขแต่ละตัว


3. วัคซีนหลักและวัคซีนทางเลือกต่างกันอย่างไร?


วัคซีนหลักเป็นวัคซีนที่สุนัขทุกตัวต้องฉีด เพื่อป้องกันโรคร้ายแรงและโรคติดต่อสู่คน แต่วัคซีนทางเลือกจะพิจารณาฉีดตามความเสี่ยงของสุนัขแต่ละตัว


4. วัคซีนรวม 5 โรค ป้องกันโรคอะไรบ้าง?


ป้องกันโรคไข้หัดสุนัข, ลำไส้อักเสบ, ตับอักเสบ, หลอดลมอักเสบติดต่อ (พาราอินฟลูเอนซา) และโรคเลปโตสไปโรซิส (หรือโรคฉี่หนู)


5. สุนัขโตเต็มวัยยังจำเป็นต้องฉีดวัคซีนซ้ำทุกปีหรือไม่?


จำเป็น เพราะภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายจะค่อยๆลดลงตามระยะเวลาดังนั้น การฉีดวัคซีนกระตุ้นประจำปี (Annual Booster) จึงจำเป็นเพื่อคงระดับภูมิคุ้มกันให้สูงเพียงพอในการป้องกันโรค


6. หากสุนัขฉีดวัคซีนไม่ตรงตามกำหนด ต้องเริ่มฉีดใหม่หรือไม่?


ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ขาดและประวัติการฉีดวัคซีนเดิม บางกรณีอาจจะไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ ทั้งนี้ ควรให้สัตวแพทย์เป็นผู้ประเมิน


7. ฉีดวัคซีนแล้ว สุนัขจะไม่ป่วยอีกเลยหรือไม่?


วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงในการติดโรคและลดความรุนแรงของอาการ แต่ไม่ได้รับประกันว่าสุนัขจะไม่ติดเชื้อ 100% ดังนั้น ควรจะดูแลสุขภาพสุนัขโดยรวมร่วมด้วย


8. สามารถฉีดวัคซีนให้สุนัขที่กำลังป่วยได้หรือไม่?


ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนในช่วงที่สุนัขกำลังป่วย เพราะร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่เต็มที่ ควรจะให้สัตวแพทย์ตรวจประเมินก่อน


9. หากสุนัขมีอาการแพ้หลังฉีดวัคซีน ควรทำอย่างไร?


หากพบอาการแพ้รุนแรง เช่น หน้าบวม ลมพิษ อาเจียนหนัก หรือหายใจลำบาก ควรรีบพากลับไปพบสัตวแพทย์ทันที ส่วนอาการซึมหรือไข้ต่ำ ๆ สามารถพัก 1-2 วันจะหายได้เอง 


สรุป


การสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงคือก้าวสำคัญในการปกป้องน้องหมาให้ห่างไกลจากโรคร้ายแรง การเลือกฉีดวัคซีนหมาให้ครบถ้วนตามช่วงวัยและการดูแลอย่างถูกวิธีหลังฉีดวัคซีน จะช่วยให้น้องหมามีสุขภาพดีและเติบโตได้อย่างแข็งแรงในทุก ๆ วัน สามารถพาน้องหมามารับวัคซีนและตรวจสุขภาพได้ที่ โรงพยาบาลสัตว์ยูเว็ท ที่นี่มีบริการตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนสำหรับสุนัข พร้อมทีมสัตวแพทย์ที่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยวางแผนการป้องกันโรคที่เหมาะสมสำหรับน้องหมาแต่ละตัว ให้คุณมั่นใจได้ว่าสัตว์เลี้ยงที่รักจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย

 
 
 

Comments


bottom of page