top of page
Search

รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับ วัคซีนแมว มีกี่ชนิด? พร้อมตารางฉีดวัคซีนครบทุกช่วงวัย

  • 1 hour ago
  • 2 min read

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งรับน้องแมวเข้าบ้าน ความสับสนเรื่องตารางการฉีดวัคซีนคงเป็นหนึ่งในเรื่องชวนปวดหัวไม่น้อย จำเป็นต้องฉีดวัคซีนไหม? วัคซีนตัวไหนจำเป็น? ต้องฉีดตอนอายุเท่าไหร่? และมีผลข้างเคียงอะไรที่ต้องระวังบ้าง? อย่าเพิ่งกังวลไป! เพราะเรื่อง วัคซีนแมว ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด หากคุณมีคู่มือและแนวทางที่ถูกต้อง มาร่วมไขข้อข้องใจและเตรียมความพร้อมไปพร้อม ๆ กัน ในบทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนแมวอย่างละเอียด ทั้งประเภทของวัคซีน ตารางการฉีด ประโยชน์ ข้อควรระวัง รวมถึงการดูแลก่อนและหลังรับวัคซีน เพื่อให้แมวของคุณได้รับการป้องกันโรคอย่างเหมาะสมและมีสุขภาพแข็งแรงในทุกช่วงวัย


 

การฉีดวัคซีนแมวสำคัญอย่างไร


การฉีดวัคซีนในแมวจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แมว โดยการทำงานของวัคซีนนั้นคือการฉีดเชื้อที่อ่อนฤทธิ์ลงหรือตายแล้วเข้าสู่ร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้แมวสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาเอง เมื่อร่างกายจดจำเชื้อโรคได้แล้ว หากได้รับเชื้อจริงในอนาคต ระบบภูมิคุ้มกันจะช่วยป้องกันและกำจัดเชื้อโรคได้อย่างทันท่วงที ทำให้ไม่เจ็บป่วยรุนแรง 


วัคซีนแมว จำเป็นไหม?


จำเป็น เพราะวัคซีนเป็นวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของแมวสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรง เมื่อแมวได้รับเชื้อโดยที่ไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะมาจากเจ้าของ หรือได้รับการติดต่อมาจากแมวตัวอื่น ๆ เนื่องจากโรคบางชนิดไม่สามารถรักษาได้ในปัจจุบัน รวมถึงบางโรคยังสามารถติดต่อมาสู่คนได้อีกด้วย


  • โรคไข้หัดแมว - โรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ง่าย และพบบ่อยในลูกแมวอายุน้อยที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

  • โรคพิษสุนัขบ้า - โรคนี้มีความอันตรายถึงชีวิตที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ สำหรับในน้องแมวอาจเกิดอาการทางระบบประสาทรุนแรงจนกระทั่งเสียชีวิต

  • โรคเอดส์แมว - เชื้อไวรัสนี้จะเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของแมว ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง จึงมีอาการ หรือ โรคอื่นๆ แทรกซ้อนได้

  • โรคลิวคีเมียในแมว หรือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว - เชื้อไวรัสที่สร้างความเสียหายต่อระบบภูมิคุ้มกันและสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดโรคมะเร็งได้ พบได้บ่อยในแมว สามารถติดต่อได้ผ่านทางน้ำลาย


วัคซีนแมวมีกี่ชนิด แต่ละชนิดป้องกันโรคอะไร


วัคซีนแมวจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนโปรแกรมการฉีดวัคซีน ได้แก่ วัคซีนพื้นฐาน (Core Vaccines) ที่แมวทุกตัวจำเป็นต้องได้รับ และ วัคซีนทางเลือก (Non-core Vaccines) จะพิจารณาตามอายุ วิถีการเลี้ยง และความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อของแต่ละตัว


1. วัคซีนหลักที่แมวทุกตัวต้องฉีด (Core Vaccines)


วัคซีนหลัก เป็นวัคซีนที่แมวทุกตัวควรได้รับ ไม่ว่าจะเลี้ยงในบ้านหรือปล่อยออกนอกบ้าน เนื่องจากช่วยป้องกันโรคที่พบได้บ่อย มีความรุนแรง และแพร่กระจายได้ง่าย


  • วัคซีนรวมแมว (FHV,FCV,FPV):เป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อสำคัญ ได้แก่ โรคไข้หัดแมว และโรคหวัดแมวจากเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์และคาลิซิไวรัส ซึ่งสามารถแพร่เชื้อระหว่างแมวได้ง่าย โดยเฉพาะในแมวที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือมีภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ 

  • วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies): ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่ติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ ซึ่งตาม พ.ร.บ. โรคพิษสุนัขบ้า กำหนดให้เจ้าของต้องพาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนทุกปี

  • วัคซีนลิวคีเมียแมว: ป้องกันโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว ซึ่งติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง การเลียกัน หรือ การกัดกัน


2. วัคซีนทางเลือก (Non-Core Vaccines)


วัคซีนกลุ่มนี้จะฉีดให้เฉพาะแมวที่มีความเสี่ยงต่อโรคบางชนิด เช่น แมวที่ชอบออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าน หรือบ้านที่เลี้ยงแมวหลายตัวรวมกัน เพราะมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายโรค


  • วัคซีนป้องกันเชื้อคลามัยเดีย: ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการเยื่อบุตาอักเสบและทางเดินหายใจอักเสบ เหมาะสำหรับบ้านที่เลี้ยงแมวหลายตัว ฟาร์มแมว หรือสถานรับเลี้ยงสัตว์ 


ฉีดวัคซีนแมวเมื่อไหร่ดี


การฉีดวัคซีนแมวควรเริ่มตั้งแต่ลูกแมวอายุประมาณ 8 สัปดาห์ เนื่องจากช่วงเวลานี้ภูมิคุ้มกันจากน้ำนมแม่จะเริ่มลดลง ร่างกายของลูกแมวจึงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคมากขึ้น การเริ่มฉีดวัคซีนในช่วงเวลาที่เหมาะสมก็จะช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีโปรแกรมการฉีดและช่วงเวลาที่แนะนำ ดังนี้


ตารางการฉีดวัคซีนแมว


อายุ

ชนิดวัคซีน

8 สัปดาห์

วัคซีนหัดหวัด ช่องปากอักเสบ เข็มที่ 1

12 สัปดาห์

วัคซีนหัดหวัด ช่องปากอักเสบ เข็มที่ 2

วัคซีนพิษสุนัขบ้า เข็มที่ 1

16 สัปดาห์

วัคซีนหัดหวัด ช่องปากอักเสบ เข็มที่ 3

วัคซีนพิษสุนัขบ้า เข็มที่ 2

20 สัปดาห์

วัคซีนลิวคีเมีย เข็มที่ 1

*ตรวจ test โรคก่อนทำวัคซีน

24 สัปดาห์

วัคซีนลิวคีเมีย เข็มที่ 2

1 ปี

กระตุ้นวัคซีนประจำปี ปีละ 1 ครั้ง

  • วัคซีนหัดหวัด ช่องปากอักเสบ

  • วัคซีนพิษสุนัขบ้า

  • วัคซีนลิวคีเมีย 


หมายเหตุ: โปรแกรมการฉีดวัคซีนอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม โดยขึ้นอยู่ดุลยพินิจของสัตวแพทย์และความเสี่ยงของแมวแต่ละตัว


หากแมวไม่ได้รับวัคซีนจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง?


การไม่พาแมวเข้ารับวัคซีนตามกำหนด อาจทำให้แมว ไม่มีภูมิคุ้มกันเพียงพอในการป้องกันโรคติดเชื้อ ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรงหลายชนิด ซึ่งบางโรคอาจจะรักษาได้ยาก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่


  • เสี่ยงติดโรคติดเชื้อร้ายแรง เช่น โรคไข้หัดแมว โรคหวัดแมว โรคลิวคีเมียแมว และโรคพิษสุนัขบ้า

  • อาการป่วยรุนแรงกว่าปกติ เนื่องจากร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันเพียงพอในการต่อสู้กับเชื้อโรค

  • เพิ่มโอกาสในการแพร่กระจายของโรค ไปยังแมวตัวอื่น โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงแมวหลายตัว หรือสถานที่ที่มีแมวอยู่รวมกันจำนวนมาก

  • ลูกแมวมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากแม่จะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น หากไม่ได้รับวัคซีนตามกำหนด อาจป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้

  • แมวเลี้ยงในบ้านก็ยังมีความเสี่ยง แม้จะไม่ออกนอกบ้าน แต่เชื้อโรคสามารถติดมากับคน รองเท้า เสื้อผ้า อุปกรณ์ หรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่นได้

  • โรคบางชนิดสามารถติดต่อสู่คนได้ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า การฉีดวัคซีนจึงช่วยปกป้องได้ทั้งแมวและบุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้าน 


เลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ฉีดวัคซีนแมวอย่างไร?


การเลือกสถานที่ ฉีดวัคซีนแมว ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน มีสัตวแพทย์ดูแล และสามารถประเมินสุขภาพของแมวก่อนฉีดวัคซีนได้อย่างเหมาะสม เพราะวัคซีนแต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามอายุ สุขภาพ และความเสี่ยงของแมวแต่ละตัว


  • ความเชี่ยวชาญและการใส่ใจของสัตวแพทย์: ควรตรวจร่างกายแมวอย่างละเอียดก่อนฉีดวัคซีนเสมอ (เช่น วัดไข้ ฟังเสียงหัวใจและปอด) รวมถึงการให้คำแนะนำเรื่องโปรแกรมวัคซีนที่เหมาะสมกับช่วงอายุของแมวได้อย่างชัดเจน

  • ความสะดวกในการเดินทางและเวลาทำการ: ควรเลือกโรงพยาบาลที่เดินทางสะดวก หรือมีบริการฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงในกรณีที่น้องแมวเกิดอาการแพ้วัคซีนเฉียบพลัน

  • การเก็บรักษาวัคซีน: วัคซีนเป็นชีววัตถุที่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิในการเก็บรักษา (แช่เย็นในอุณหภูมิที่กำหนดตลอดเวลา) สถานพยาบาลจึงต้องมีความน่าเชื่อถือและมีระบบจัดการที่ได้มาตรฐาน

 

การเตรียมตัวและดูแลน้องแมวก่อนและหลังฉีดวัคซีน


การเตรียมตัวและดูแลแมวอย่างถูกวิธีทั้งก่อนและหลัง ฉีดวัคซีนแมว เป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้ร่างกายของแมวตอบสนองต่อวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังช่วยลดความเครียด และช่วยให้เจ้าของสามารถสังเกตอาการผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว


การเตรียมตัวแมวก่อนฉีดวัคซีน


  • ตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้น: แมวควรมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีไข้ ท้องเสีย หรืออาการป่วยเรื้อรัง หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาสัตวแพทย์

  • ตรวจเช็กประวัติสุขภาพและการฉีดวัคซีน: ควรนำสมุดวัคซีนเล่มเดิมติดตัวไปด้วยทุกครั้ง เพื่อให้สัตวแพทย์ตรวจสอบประวัติได้ถูกต้อง

  • ไม่ต้องงดอาหาร: สามารถให้น้องแมวทานอาหารและน้ำได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องอดอาหารหรืออดน้ำก่อนฉีด

  • ลดความเครียดระหว่างเดินทาง: ควรเตรียมกระเป๋าใส่แมวที่มิดชิดและปลอดภัย วางผ้าปูที่คุ้นเคยเพื่อลดความตื่นกลัว เนื่องจากแมวมีความไวต่อเสียงและการเดินทาง


การดูแลแมวหลังฉีดวัคซีน


  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด: หลังจากฉีดวัคซีนควรสังเกตอาการแมวอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง

  • อาการปกติ: แมวอาจมีอาการซึมเล็กน้อย นอนมากกว่าปกติ หรือกินอาหารน้อยลงชั่วคราว ซึ่งถือว่าเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายในการสร้างภูมิคุ้มกัน

  • อาการผิดปกติที่ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที: อาการแพ้รุนแรง เช่น หน้าบวม ตาบวม คันตามตัว อาเจียน ท้องเสีย หายใจลำบาก 

  • งดอาบน้ำ: ควรงดอาบน้ำให้แมวอย่างน้อย 7 วันหลังจากฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลงฉับพลันและลดความเสี่ยงในการป่วย

  • ให้พักผ่อนในที่อบอุ่นและปลอดภัย: จัดเตรียมพื้นที่เงียบสงบ สะอาด และอบอุ่นให้แมวได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ออกไปนอกบ้านในช่วงที่ร่างกายกำลังสร้างภูมิคุ้มกัน 


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนแมว (FAQ)


รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนแมว เพื่อให้เจ้าของมือใหม่คลายข้อสงสัยต่าง ๆ ดังนี้


1. ลูกแมวควรเริ่มฉีดวัคซีนเมื่ออายุเท่าไร?


โดยทั่วไปลูกแมวควรเริ่มฉีดวัคซีนเมื่ออายุประมาณ 8 สัปดาห์ หรือประมาณ 2 เดือน หลังจากนั้นจะต้องได้รับวัคซีนกระตุ้นตามช่วงเวลาที่สัตวแพทย์กำหนด เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างสมบูรณ์


2. วัคซีนแมวต้องฉีดทุกปีไหม?


จำเป็นต้องได้รับวัคซีนกระตุ้นตามกำหนด เนื่องจากระดับภูมิคุ้มกันอาจลดลงตามเวลา โดยความถี่ในการฉีดขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน สุขภาพ และความเสี่ยงของสุนัขแต่ละตัว


3. วัคซีนแมวมีผลข้างเคียงหรือไม่?


แม้ว่าวัคซีนแมวจะมีความปลอดภัยสูง แต่อาจพบผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ซึม เบื่ออาหาร หรือเจ็บบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เอง หากพบอาการผิดปกติรุนแรงควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์


4. หากลืมนัดฉีดวัคซีนแมว ต้องเริ่มใหม่หรือไม่?


ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ล่าช้าและประวัติการฉีดวัคซีนเดิม ควรให้สัตวแพทย์ประเมินเพื่อวางแผนที่เหมาะสม


5. หลังฉีดวัคซีนแมวออกไปข้างนอกได้ไหม?


ควรจะหลีกเลี่ยงการพาแมวออกนอกบ้าน โดยเฉพาะลูกแมวที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ เพราะว่าภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์และยังมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ


6. แมวป่วยสามารถฉีดวัคซีนได้ไหม?


ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนในช่วงที่แมวกำลังป่วย เช่น มีไข้ ซึม อาเจียน ท้องเสีย หรือมีการติดเชื้อ เพราะร่างกายอาจตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่เต็มที่ ควรเลื่อนการฉีดจนกว่าแมวจะมีสุขภาพดีขึ้น


7. แมวตั้งท้องฉีดวัคซีนได้หรือไม่?


ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนในแมวที่กำลังตั้งท้อง โดยเฉพาะวัคซีนชนิดเชื้อเป็น (Modified Live Vaccine) เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงต่อแม่แมวและลูกแมวในท้องได้ ดังนั้นควรวางแผนฉีดวัคซีนให้แมวก่อนการผสมพันธุ์หรือก่อนตั้งท้อง เพื่อให้แม่แมวมีภูมิคุ้มกันที่เพียงพอและสามารถส่งต่อภูมิคุ้มกันบางส่วนให้ลูกแมวผ่านน้ำนมได้


สรุป


การฉีดวัคซีนไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับแมว แม้แต่แมวที่เลี้ยงระบบปิดก็ยังมีความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่เล็ดลอดเข้ามาได้ จึงจำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกันที่ครบถ้วน เริ่มตั้งแต่แมววัยเด็กและการฉีดกระตุ้นประจำปี เพื่อให้เป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ช่วยให้แมวมีสุขภาพแข็งแรงในทุกช่วงวัย ดังนั้น จึงควรพาแมวเข้ารับวัคซีนตามโปรแกรมที่เหมาะสม พร้อมตรวจสุขภาพโดยสัตวแพทย์ เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งที่ โรงพยาบาลสัตว์ยูเว็ท มีบริการฉีดวัคซีนแมว โดยทีมสัตวแพทย์ พร้อมประเมินสุขภาพก่อนฉีดและวางแผนโปรแกรมวัคซีนให้เหมาะกับอายุ และความเสี่ยงของแมวแต่ละตัว เพื่อช่วยทำให้แมวได้รับการป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว 

 
 
 

Comments


bottom of page