top of page
Search

โรคตายอดฮิตในกระต่าย

ตาของกระต่ายจะวางตัวทางด้านข้างของใบหน้า การตรวจตาในกระต่ายบางอย่างเหมือนหรือคล้ายกับสุนัขและแมว


การตรวจตาพื้นฐานในกระต่าย


  • ตรวจการมองเห็น


    การประเมินด้วยวิธี Menace response (การขยับมือเร็วๆ เข้าหาตา สัตว์ที่มองเห็นได้ปกติจะกะพริบตา) ทำได้ค่อนข้างยากในกระต่าย เพราะมักไม่ตอบสนองด้วยการทดสอบนี้ จึงมักใช้วิธี Dazzle reflex โดยกระต่ายที่มีการทำงานของเรตินาปกติ จะหยีตาเมื่อส่องแสงจ้าเข้าตา


  • การตรวจวัดระดับน้ำตา


    ใช้กระดาษวัดน้ำตา (Shirmer tear test strips) สอดเข้าที่บริเวณช่องระหว่างหนังตาล่างและกระจกตาในตำแหน่งใกล้หางตา รอ 1 นาทีแล้วแปลผล ค่าระดับน้ำตาเฉลี่ยปกติในกระต่ายจะอยู่ที่ 5± 2.4 mm/min แต่ในกระต่ายบางตัวอาจมีค่าระดับน้ำตาต่ำกว่าปกติได้


  • การย้อมสีตา


    การย้อมสีตา จะใช้กระดาษสีย้อม Fluoresciene แล้วล้างออกด้วยน้ำยาล้างตาหรือ Normal saline จากนั้นส่องดูด้วยไฟ Cobalt blue light เพื่อตรวจว่ามีแผลกระจกตาหรือไม่


  • การวัดความดันตา


    ใช้อุปกรณ์วัดความดันตา (Tonometer) ค่าความดันตาปกติในกระต่ายจะอยู่ในช่วง 10-23 mmHg


  • การขยายม่านตาเพื่อตรวจดูเลนส์และจอประสาทตา


    การต่ายบางตัวไม่ตอบสนองต่อยาขยายม่านตา Atropine เนื่องจากมี Atropinase จึงแนะนำให้ใช้ยา 10% Phenylephrine แทน เพื่อขยายม่านตา ให้สามารถตรวจเลนส์และจอประสาทตาได้


  • การตรวจท่อน้ำตา


    โครงสร้างท่อน้ำตาในกระต่ายประกอบด้วยรูเปิดท่อน้ำตา 1 รู ที่หัวตาของหนังตาล่าง และมีท่อน้ำตาที่คดเคี้ยวไปตามกระดูก Maxilla และมีจุดหักมุมอยู่บริเวณด้านหลังของรากฟันตัด (Incisor root) จากนั้นรูเปิดท่อน้ำตาออกที่จมูก โดยการตรวจและรักษาภาวะท่อน้ำตาอุดตันจะพูดถึงในหัวข้อถัดไป



โรคตายอดฮิตที่พบได้บ่อยในกระต่าย


เยื่อตาขาวอักเสบ (Conjunctivitis)


อาการของภาวะ Conjunctivitis คือ ระคายเคืองตา หยีตา เยื่อตาขาวแดงหรือบวม และทำให้เกิดน้ำตาไหลเยอะผิดปกติ (Epiphora) ตามมาได้ โดย Conjunctivitis เป็นโรคที่พบได้บ่อยในกระต่าย ซึ่งมีสาเหตุมาจาก


  • การติดเชื้อ

    เป็นการติดเชื้อที่ตา หรือการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนต้น เชื้อที่พบได้บ่อยได้แก่ Pasteurella multocidal, Staphylococcus aureus, Pseudomonas species, Haemophilus species, Treponema paraluiscu niculi, mycoplasmas, chlamydiae, และ myxoma virus


  • การมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา


  • หนังตาม้วนเข้า (Entropion)


  • ขนตาขึ้นผิดปกติที่ขอบเปลือกตา (Distichiasis) หรือขนตางอกเข้าตา (Trichiasis)


  • มีแอมโนเนียในสิ่งแวดล้อม


  • โรคฟัน เช่น รากฟันยาว ฝีในฟัน


การรักษา

การรักษา Conjunctivitis ให้รักษาที่สาเหตุ หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อให้ยาหยอดตาหรือยาป้ายตากลุ่ม Chloramphenicol และ Ciprofloxacin



ท่อน้ำตาอุดตัน (Nasolacrimal duct obstruction)


ทำให้มีอาการน้ำตาไหลเยอะ เนื่องจากน้ำตาที่สร้างขึ้นมาไม่ไหลลงท่อน้ำตาไปสู่จมูกตามปกติ และในระยะยาวอาจทำให้เกิด Conjunctivitis ตามมาได้ ภาวะท่อน้ำตาอุดตันสามารถเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ โดยสิ่งคัดหลั่งที่ออกมาจากตามีได้ทั้งสีขาวใส ขาวหนืดข้น หรือหนอง มักมีสาเหตุมาจาก Incisor root ที่ยาวเกินไป ทำให้ท่อน้ำตาบริเวณจุดหักมุมที่อยู่หลัง Incisor root แคบลง อุดตัน หรืออักเสบและติดเชื้อตามมา หรืออาจมีภาวะเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ (Rhinitis)


การวินิจฉัย

  • การย้อมสี แล้วตรวจสอบว่าสีย้อมลงมาที่จมูกหรือไม่ หากไม่มี แสดงว่ามีการอุดตันของท่อน้ำตา


  • การ X-ray กะโหลก เพื่อตรวจสอบว่ามีการยาวของ Incisor root หรือไม่


  • การฉีดสีไปเข้าไปที่ท่อน้ำตา (Dacryocystorhinography) เพื่อช่วยระบุตำแหน่งที่มีการอุดตัน และเพื่อแยกระหว่างการอุดตันบางส่วนหรืออุดตันแบบสมบูรณ์


  • การล้างท่อน้ำตาและเอาน้ำที่ได้ไปเพาะเชื้อแบคทีเรีย

    โดยวิธีนี้แนะนำให้ทำในกรณีที่มี Nasal discharge ร่วมด้วย เนื่องจากมีรายงานว่าในรายที่มีการอุดตันของท่อน้ำตาเพียงอย่างเดียวเชื้อที่เพาะได้ตรงกันกับกระต่ายปกติที่ไม่มีการอุดตันของท่อน้ำตา ดังนั้นเชื้อจุลชีพอาจไม่ได้มีบทบาทสำคัญในการทำให้เกิด Epiphora ในกระต่าย


  • CT-scan


การรักษา

การรักษา Epiphora ในกระต่าย แนะนำให้ทำการ Flush ล้างท่อน้ำตาด้วยการหยอดยาชา จากนั้นใช้ IV catheter ขนาด 22-26 G สอดเข้าไปที่รูเปิดท่อน้ำตาตรงหัวตาและทำการ Flush ล้างด้วยน้ำเกลือสะอาด หรือ Povidone iodine ที่เจือจาง หรือยาปฏิชีวนะ ซึ่งการกลับมาเป็นซ้ำพบได้บ่อย จึงแนะนำให้ทำการ Flush ล้างทุก2-3วัน หรือสัปดาห์ละครั้ง จนกว่าน้ำที่ Flush ออกมามีสีใส ส่วนของยาหยอดตาหากสงสัยว่ามีการติดเชื้อ ให้ยาหยอดยาปฏิชีวนะที่มีตัวยาสามตัว (Triple antibiotic solution) ร่วมกับยาหยอดลดอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ สำหรับในรายที่เป็นรุนแรงและเรื้อรัง ให้ยาหยอดตาร่วมกับยาทางระบบ ได้แก่ Enrofloxacin หรือ Marbofloxacin สำหรับเคสที่มีสาเหตุมาจาก Incisor root ที่ยาวเกินไป พิจารณาให้ถอนฟัน Incisor ออก



รูปแสดงสีย้อมที่ไหลจากตาลงสู่จมูกได้ปกติทั้งสองข้าง
รูปแสดงสีย้อมที่ไหลจากตาลงสู่จมูกได้ปกติทั้งสองข้าง

รูปแสดงการล้างท่อน้ำตาในกระต่าย ด้วยการใช้ IV catheter เบอร์ 22 (ที่มา: Woerdt A., 2012)
รูปแสดงการล้างท่อน้ำตาในกระต่าย ด้วยการใช้ IV catheter เบอร์ 22 (ที่มา: Woerdt A., 2012)


แผลกระจกตา (Corneal ulcer)

การเกิดแผลกระจกตาในกระต่ายพบได้บ่อย โดยมีสาเหตุมากจาก การบาดเจ็บ การหลับตาไม่สนิท หนังตาม้วนเข้า หรือขนตางุ้มเข้ากระจกตา ซึ่งกระต่ายจะมีอาการหยีตา น้ำตาไหลเยอะ ตาแดง การวินิจฉัยคือการย้อมสีตาและส่องด้วยไฟ Cobalt blue light ดูว่ามีการย้อมติดสีบนผิวกระจกตาหรือไม่


  • แผลกระจกตาที่ไม่ซับซ้อนและไม่ลึก สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการหยอดยาปฏิชีวนะแบบหยอดเป็นเวลา 3-7วัน


  • แผลกระจกที่มีหลุมลึกอาจทำให้เกิดภาวะม่านตาอักเสบ (Uveitis) ตามมาได้ การรักษาคือการให้ยาปฏิชีวนะร่วมกับยาขยายม่านตา Atropine แต่ในกระต่ายบางรายอาจไม่ตอบสนองต่อยา atropine ดังที่กล่าวไปข้างต้น สำหรับในเคสที่แผลหลุมมีขนาดใหญ่และลึก (เกิด Stromal loss หรือ descemetocele) หรือกระจกตาทะลุ (Corneal perforation) แนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัดโดยการทำ Conjunctival pedicle graft


  • แผลกระจกตาที่ซับซ้อนและรักษาไม่หายด้วยยาปฏิชีวนะ (Indolent ulcer) เกิดขึ้นได้บ่อยในกระต่าย เมื่อทำการย้อมสีตาและส่องดูพบว่าสีย้อมบางส่วนอยู่ใต้ชั้น Epithelium ของกระจกตา การรักษาแนะนำให้ทำการถูกระจกตา (Corneal debridement) หรือ Grid keratotomy หรือ Superficial keratectomy



รูปแสดงการย้อมสีตาในกระต่ายและใช้ไฟ cobalt blue light ส่องดู หากย้อมติดสีแสดงว่ามีแผลที่กระจกตา
รูปแสดงการย้อมสีตาในกระต่ายและใช้ไฟ cobalt blue light ส่องดู หากย้อมติดสีแสดงว่ามีแผลที่กระจกตา


กระจกตาเสื่อม (Corneal dystrophy)


มีการสะสมของ Cholesterol หรือ Lipid crystal ในกระจกตา มีสาเหตุจากสายพันธุ์โน้มนำ ได้แก่ American Dutch belted rabbit, Watanabe rabbit หรือการกินอาหารที่มีไขมันสูง โดยโรคนี้มักเกิดกับตาทั้งสองข้างเหมือนกัน และไม่ทำให้สูญเสียการมองเห็น



เยื่อบุตาเจริญผิดปกติคล้ายต้อลม (Pseudopterygium)


ภาวะที่เยื่อบุตา (Conjunctiva) ก่อตัวเป็นเยื่อบางๆจาก Limbus ปกคลุมบนผิวกระจกตา (Corneal surface) เป็นลักษณะเฉพาะที่พบในกระต่าย โดยที่ Conjunctiva จะไม่ติดกับ Cornea ภาวะนี้ไม่ทำให้เจ็บปวด แต่บดบังการมองเห็นบางส่วน ยังไม่ทราบสาเหตุของโรคที่แน่ชัด การรักษาคือ การผ่าตัดเอา Conjunctiva ออก และตามด้วยการหยอดตากลุ่มยากดภูมิคุ้มกัน ได้แก่ Cyclosporine แต่ภาวะนี้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหลังจากการผ่าตัด




แหล่งอ้างอิง


  • Maggs, D. J., Miller, P. E., and Ofri R. (2018). Veterinary Ophthalmology. (6th ed.). Missouri: Elsevier.


  • Woerdt, A. (2012). Ophthalmic Diseases in Small Pet Mammals. Saunders: Elsevier.


  • Río, A. B. (2009). Exotic Ophthalmology II. World Small Animal Veterinary Association World Congress Proceedings.





 
 
 

Comments


bottom of page