เชื้อราแมวติดคน อาการเป็นแบบไหน? ทำไมยิ่งเกายิ่งลาม? หาคำตอบที่นี่
- Jun 8
- 2 min read
เลี้ยงแมวอยู่ดี ๆ ทำไมผิวหนังถึงขึ้นผื่นแดงเป็นวง คันไม่หยุด แถมยิ่งเกายิ่งลาม? นี่คือคำถามที่คนเลี้ยงแมวจำนวนไม่น้อยต้องเคยสงสัย โดยเฉพาะคนที่ใกล้ชิดกับน้องแมวเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น การกอด เล่น หรือแม้แต่การนอนด้วยกัน และสิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ คือ อาการเหล่านี้อาจมีสาเหตุมาจาก “เชื้อราแมว” ซึ่งเป็นโรคผิวหนังที่สามารถ “ติดต่อจากสัตว์สู่คน” ได้
สำหรับคำถามที่ว่า เชื้อราแมวติดคน อาการเป็นแบบไหน แล้วติดสู่คนได้อย่างไร บทความนี้มีคำตอบ เพราะเราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ “เชื้อราแมวติดคน” อย่างละเอียดเริ่มตั้งแต่สาเหตุ อาการ การติดต่อ กลุ่มเสี่ยง วิธีรักษา ไปจนถึงการป้องกัน เพื่อให้คุณสามารถดูแลทั้งตัวเองและน้องแมวได้อย่างถูกต้อง และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อซ้ำในอนาคต

ทำความรู้จักกับ “เชื้อราแมว”
เชื้อราแมว คือ โรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes ซึ่งพบได้บ่อยมากในแมว และที่สำคัญคือเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนจึงทำให้สามารถติดต่อมาสู่คนเลี้ยงหรือคนที่สัมผัสแมวได้ แม้ว่าในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Ringworm (หนอนวงกลม) แต่โรคนี้ไม่ได้เกิดจากพยาธิหรือหนอนใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ได้ชื่อนี้มาเพราะลักษณะของผื่นที่ปรากฏบนผิวหนังมักจะขยายออกเป็นวงกลมคล้ายตัวหนอนขดนั่นเอง
เชื้อราแมว อยู่ในกลุ่ม Dermatophytes ซึ่งเป็นเชื้อราประเภทที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในเนื้อเยื่อที่มีสารเคราติน (Keratin) เป็นส่วนประกอบหลัก เช่น ผิวหนังชั้นนอก, เส้นขน, และเล็บ โดยเชื้อรากลุ่มนี้ไม่ได้กัดกินลึกลงไปในชั้นเนื้อเยื่อภายในร่างกายหรือกระแสเลือด แต่จะอาศัยอยู่บนพื้นผิวภายนอก โดยย่อยสลายเคราติน เพื่อใช้เป็นแหล่งอาหารในการเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ ทำให้ผิวหนังบริเวณที่ติดเชื้อสูญเสียโครงสร้างที่แข็งแรง เกิดอาการอักเสบ แห้ง ลอก และขนร่วงในที่สุด ทั้งนี้ เชื้อราแมวเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในแมวทุกช่วงวัย โดยเฉพาะแมวเด็กหรือแมวที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ และโรคนี้ยังสามารถแพร่กระจายได้ง่าย และติดต่อสู่คนได้
แมวที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อราแมว
ลูกแมว หรือแมวที่มีอายุมาก
แมวที่มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เครียด
แมวมีความชื้นสะสมตามอวัยวะต่าง ๆ
แมวที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
คนที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อราแมว
เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่พักผ่อนน้อย หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
เชื้อราแมวติดต่อมาสู่คนได้อย่างไร?
การเดินทางของสปอร์เชื้อราแมวมาสู่ผิวหนังของคนเรานั้น ง่ายดายและหลากหลายกว่าที่คุณคิด ไม่จำเป็นต้องโดนแมวข่วนหรือกัดก็สามารถติดเชื้อได้ โดยเฉพาะในบ้านที่เลี้ยงแมวแบบใกล้ชิด การติดต่อของเชื้อราแมวสู่คนเกิดขึ้นได้ง่ายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับแมวที่มีเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการอุ้ม กอด หอม หรือนอนร่วมเตียง ซึ่งเชื้อราจะเกาะติดมากับเส้นขนและผิวหนัง นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อผ่าน การสัมผัสทางอ้อม จากสปอร์เชื้อราที่หลุดร่วงไปตกค้างตามสิ่งของภายในบ้าน เช่น โซฟา พรม ที่นอน หรืออุปกรณ์แปรงขน
สปอร์เหล่านี้จะมีความทนทานสูงและพร้อมจะเข้าสู่ผิวหนังของเราทันทีที่สัมผัส โดยเฉพาะหากผิวหนังมีรอยถลอกหรือมีความอับชื้น ซึ่งสปอร์ของเชื้อราจะหลุดร่วงมาจากผิว หรือขนของแมว และสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานเป็นเดือน หรือเป็นปีเลย ควรจะทำลายสปอร์โดยใช้สารฟอกขาว ละลายในน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 10 เพื่อทำลายสปอร์ในอุปกรณ์ของสัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม
ลักษณะอาการเชื้อราแมวที่ติดต่อสู่คน
เมื่อสปอร์เชื้อราแมวเริ่มฝังตัวและเติบโตบนผิวหนังของเราแล้ว ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนออกมา ซึ่งลักษณะของผื่นเชื้อราแมวในคนจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ค่อนข้างเด่นชัด ดังนี้
ตุ่มแดงขนาดเล็กคล้ายยุงกัดหรือผื่นแพ้ทั่วไป มีอาการคันยิบ ๆ
ผื่นจะค่อย ๆ ขยายวงกว้างออกเป็นรูปวงกลมหรือวงรี โดยบริเวณขอบวงจะนูนแดงและมีสีเข้มชัดเจนกว่าตรงกลาง
ผิวหนังลอกเป็นขุย บริเวณกลางวงที่ราบลงมักจะมีลักษณะแห้ง แดง หรือลอกเป็นขุยสีขาวละเอียด บางรายอาจมีตุ่มน้ำใสขนาดเล็กจิ๋วเรียงตัวอยู่ตามขอบวงด้วย
มีอาการคัน เกิดขึ้นได้ในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า มือ เท้า หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่สัมผัสกับแมว โดยเฉพาะเวลาที่มีเหงื่อออกหรือสภาพอากาศร้อน และหากเกาจนแตก เชื้อราจะแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้รวดเร็วมาก
ทำไมยิ่งเกายิ่งลาม?
คำถามยอดฮิตที่ว่า ทำไมยิ่งเกายิ่งลาม? คำตอบทางวิทยาศาสตร์คือ เมื่อเราใช้เล็บไปเกาบริเวณผื่นที่มีเชื้อรา เล็บก็จะไปขูดเอาสปอร์ของเชื้อราที่อยู่บนผิวหนังชั้นบนติดมากับซอกเล็บและนิ้วมือด้วย เมื่อเรานำมือข้างนั้นไปเกาหรือสัมผัสผิวหนังบริเวณอื่น ๆ ที่ยังปกติอยู่ สปอร์เชื้อราก็จะกระจายไปยังตำแหน่งอื่นทันที ยิ่งไปกว่านั้น การเกาอย่างรุนแรงนั้นยังทำให้ผิวหนังเกิดรอยถลอกและบาดแผลขนาดเล็ก ซึ่งเป็นการทำลายเกราะป้องกันผิวหนัง เป็นการเปิดทางสะดวกให้เชื้อราเข้าโจมตีผิวหนังจุดใหม่ได้ง่ายขึ้นไปอีก ผื่นจึงขยายตัวกระจายไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็วเพราะนิ้วมือของเราเอง
กลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อราแมว
แม้ว่าเชื้อราแมวจะสามารถติดได้กับทุกคนที่สัมผัส แต่มีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ร่างกายมีกลไกป้องกันตัวเองต่ำกว่าปกติ ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายกว่า ขยายวงกว้างเร็วกว่า และใช้เวลารักษานานกว่าคนทั่วไป
เด็กเล็ก
ผู้สูงอายุ
สตรีมีครรภ์
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ผู้ที่คลุกคลีใกล้ชิดกับแมว

วิธีรักษาเชื้อราแมวในคน
โดยปกติสภาพผิวหนังของคนจะมีแบคทีเรียที่คอยทำหน้าที่รักษาความสมดุลบนผิวหนังเพื่อไม่ให้ง่ายต่อการติดเชื้อ แต่ถ้ามีช่วงเวลาที่ร่างกายอ่อนแอ เกิดอาการป่วย จะทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง จึงทำให้ติดเชื้อราแมวได้ง่าย และเมื่อคุณพบว่าตัวเองติดเชื้อราแมวแล้ว สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ “หยุดเกา” จากนั้นให้เข้าสู่กระบวนการรักษาที่ถูกต้อง ส่วนวิธีการรักษากับเชื้อราแมวที่เกิดขึ้นกับคน มีดังต่อไปนี้
หากมีอาการแค่เล็กน้อย ผื่นขึ้นไม่มาก 1-2 จุด และยังไม่ได้ลามกว้างสามารถรักษาได้เองด้วยการใช้ยาทาฆ่าเชื้อรา โดยให้ทาวันละ 2-3 ครั้ง ต้องทาต่อเนื่องทุกวันจนกว่าผื่นจะหายสนิท และควรทาต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
หากมีอาการรุนแรงหรือลุกลาม ผื่นกระจายทั่วร่างกาย ลามขึ้นใบหน้า ต้องใช้ทั้งยาทาและยากินร่วมกัน ระยะเวลาในการรักษาตั้งแต่ 3 สัปดาห์ขึ้นไป ควรพบแพทย์ผิวหนังทันที
กรณีที่ซื้อยามารักษาเองควรต้องปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง หรือควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย และการรักษาอย่างถูกต้อง
รักษาความสะอาดผิวหนัง ควรล้างบริเวณที่เป็นเชื้อราด้วยสบู่อ่อน ๆ และเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ เพราะความชื้นเป็นตัวกระตุ้นให้เชื้อราเติบโต
หลีกเลี่ยงการเกา เพราะการเกานั้นจะทำให้เชื้อกระจายไปยังบริเวณอื่น และอาจทำให้เกิดแผลติดเชื้อซ้ำซ้อน
หลีกเลี่ยงการสัมผัสแมวที่ติดเชื้อโดยตรง หรือหากจำเป็นควรล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัส
ควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ด้วย เพื่อรักษาเชื้อราให้หายดี
วิธีง่าย ๆ การป้องกันการติดเชื้อราแมว
การป้องกันการติดเชื้อราแมวไม่ใช่เรื่องยาก หากเริ่มจากการดูแลความสะอาดและใส่ใจสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะเชื้อรามักเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อับชื้นและไม่สะอาด การป้องกันจึงควรทำทั้งแมว คนเลี้ยงแมว และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกันเพื่อตัดวงจรไม่ให้สปอร์เชื้อรามาฝังตัวบนผิวหนัง
ล้างมือหลังสัมผัสแมวทุกครั้ง โดยเฉพาะหลังเล่นหรือทำความสะอาดแมว เพื่อลดการรับเชื้อ
หมั่นทำความสะอาดกรง ที่นอน กระบะทราย และของใช้ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของเชื้อรา
ดูแลไม่ให้แมวอยู่ในที่อับชื้น ควรให้แมวอยู่ในที่แห้ง อากาศถ่ายเทดี เพราะความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อราเติบโต
อาบน้ำและดูแลขนแมวอย่างเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องอาบบ่อยเกินไป แต่ควรรักษาความสะอาด และเช็ดขนให้แห้งทุกครั้ง และหากแมวมีผื่น ขุย หรือขนร่วงควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์
แยกแมวที่มีอาการผิดปกติ หากพบว่าแมวขนร่วงเป็นวง หรือมีผิวหนังผิดปกติ ควรแยกออกจากตัวอื่นทันที
หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกันระหว่างแมวหลายตัว เช่น แปรงขน ผ้า หรือที่นอน เพื่อลดการติดเชื้อข้ามกัน
เมื่อแมวอายุ 2 เดือนขึ้นไป และฉีดวัคซีนหลักครบแล้ว ควรฉีดกระตุ้นซ้ำ 3 เข็ม หลังจากนั้นกระตุ้นทุก 1 ปี
เสริมภูมิคุ้มกันให้แมว ด้วยอาหารที่มีคุณภาพและการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
สรุป
โรคเชื้อราแมว (Ringworm) แม้จะเป็นโรคผิวหนังที่สร้างความน่ารำคาญใจ มีอาการคันอย่างรุนแรง จากการแพร่กระจายสปอร์ด้วยนิ้วมือของเราเอง แต่ในทางกลับกัน โรคนี้ไม่ได้มีความร้ายแรงถึงแก่ชีวิต และสามารถรักษาให้หายขาดจนผิวกลับมาเนียนสวยได้ 100% หากเราเข้าใจธรรมชาติของโรคและรับมืออย่างถูกวิธี
สิ่งสำคัญคือการ “รู้ทัน” และ “ป้องกัน” ตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขอนามัยของตัวเอง การรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อม หรือการสังเกตอาการผิดปกติในแมว หากพบความผิดปกติ ควรรีบทำการรักษาทั้งในคนและสัตว์พร้อมกัน เพื่อลดการติดเชื้อซ้ำ




Comments