top of page
Search

สรุปการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงใน กทม. - สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ (อัปเดตล่าสุด)

  • Dec 26, 2025
  • 1 min read

Updated: 23 hours ago

การเลี้ยงน้องหมาและน้องแมวในกรุงเทพมหานครไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความรัก ความเอ็นดู หรือความสมัครใจของเจ้าของเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครที่กำหนดให้สัตว์เลี้ยงต้องได้รับการ ฝังไมโครชิปและขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถตรวจสอบตัวตนของสัตว์เลี้ยงได้ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน


ตั้งแต่ วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป คุณพ่อคุณแม่ของน้องหมาและน้องแมวในกรุงเทพมหานครต้องเตรียมพร้อมรับกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนน้องหมาและน้องแมว ข้อบัญญัตินี้ออกแบบมาเพื่อ จัดระเบียบการเลี้ยงสัตว์ให้ปลอดภัยต่อคน สัตว์ และชุมชนโดยรอบ



สถานที่ยื่นขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง (พื้นที่กรุงเทพมหานคร)


หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดของเจ้าของสัตว์เลี้ยงคือ “ต้องไปขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงที่ไหน” เนื่องจากกรุงเทพมหานครเปิดให้ขึ้นทะเบียนได้หลายช่องทาง เพื่อรองรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีความสะดวกแตกต่างกัน การเลือกช่องทางที่เหมาะสมจะช่วยประหยัดเวลา และลดความผิดพลาดเรื่องเอกสารได้มาก

โดยช่องทางทั้งหมดที่กำหนดไว้ ถือเป็นช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าของสามารถเลือกได้ตามความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปด้วยตนเอง หรือการใช้ระบบออนไลน์ โดยสรุปให้ช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ดังนี้


  • สำนักงานเขต : เหมาะกับผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนและสอบถามข้อมูลโดยตรง

  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 8 แห่ง : เหมาะกับผู้ที่อยากพาน้องไปฝังไมโครชิปพร้อมขึ้นทะเบียน

  • ยื่นขึ้นทะเบียนออนไลน์ : การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงออนไลน์ เหมาะกับผู้ที่เตรียมเอกสารครบและต้องการความรวดเร็ว



จำนวนสัตว์ต่อพื้นที่อยู่อาศัย

ข้อกำหนดเรื่องจำนวนสัตว์เลี้ยงต่อพื้นที่อยู่อาศัย เป็นประเด็นที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะครอบครัวที่เลี้ยงสัตว์มาก่อนกฎหมายบังคับใช้ จุดประสงค์ของข้อกำหนดนี้มีเพื่อควบคุมความหนาแน่นให้เหมาะสม ลดปัญหาเสียง กลิ่น และสุขอนามัยในชุมชน สำหรับผู้ที่มีบ้านหรือคอนโดมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวนที่อนุญาตให้เลี้ยงจะขึ้นอยู่กับพื้นที่บ้าน ดังนี้


คอนโดมิเนียม


  • พื้นที่ 20-80 ตารางเมตร เลี้ยงได้ 1 ตัว

  • ตั้งแต่ 80 ตารางเมตรขึ้นไป เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว


บ้าน


  • ที่ดินไม่เกิน 20 ตารางวา เลี้ยงได้ 2 ตัว

  • ที่ดินตั้งแต่ 20 ตารางวา ไปจนถึง 50 ตารางวา เลี้ยงได้ 3 ตัว

  • ที่ดินตั้งแต่ 50 ตารางวา ไปจนถึง 100 ตารางวา เลี้ยงได้ 4 ตัว

  • ที่ดินตั้งแต่ 100 ตารางวาขึ้นไปเลี้ยงได้สูงสุด 6 ตัว


ในกรณีที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงเลี้ยงเกินกว่าจำนวนในข้อบัญญัติก่อนวันที่ข้อบัญญัติบังคับใช้ หรือก่อนวันที่ 10 มกราคม 2569 ให้แจ้งต่อสำนักงานเขตภายใน 90 วัน หรือภายในวันที่ 9 เมษายน 2569 

  

  • สัตว์เลี้ยงเดิมที่เลี้ยงอยู่แล้ว ต้องขึ้นทะเบียนให้เสร็จสิ้น ภายในวันที่ 10 ม.ค. 2569

  • รับสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงใหม่ ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน นับจากวันที่นำสัตว์มาเลี้ยง

  • สัตว์เลี้ยงเกิดใหม่ ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 120 วัน นับจากวันเกิดของสัตว์เลี้ยง



หากเลี้ยงน้องหมาพันธุ์ควบคุมพิเศษต้องแจ้งเขต ได้แก่


สุนัขพันธุ์ควบคุมพิเศษเป็นกลุ่มที่กฎหมายให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากมีลักษณะทางกายภาพหรือพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้หากไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม เจ้าของจึงต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น ทั้งในเรื่องการแจ้งข้อมูลและการดูแลความปลอดภัย


  • อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย (American Pit Bull Terrier)

  • ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)

  • บูล เทอร์เรีย (Bull Terrier)

  • สแตฟฟอร์ดเชียร์ บูล เทอร์เรีย (Staffordshire Bull Terrier)

  • ฟิล่า บราซิลเลียโร (Fila Brasileiro)

  • และน้องหมาที่มีประวัติทำร้าย หรือพยายามทำร้ายคน



การนำน้องหมาและน้องแมวออกนอกสถานที่


การพาน้องหมาน้องแมวออกนอกบ้านเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่กฎหมายได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความเดือดร้อนต่อผู้อื่น โดยแยกข้อปฏิบัติระหว่างสัตว์เลี้ยงทั่วไปและสุนัขควบคุมพิเศษ


  • สำหรับน้องหมาและน้องแมวทั่วไป : เจ้าของต้องควบคุมด้วยความระมัดระวังตลอดเวลา โดยใช้สายจูงที่แข็งแรง หรือพาสัตว์เลี้ยงในกระเป๋า กรง หรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม ห้ามปล่อยให้น้องรบกวนผู้อื่น และต้องเก็บมูลน้องทุกครั้งเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ

  • สำหรับน้องหมาควบคุมพิเศษ : ต้องสวมอุปกรณ์ครอบปากและใช้สายจูงที่มั่นคงแข็งแรง โดยต้องจับสายจูงให้อยู่ห่างจากคอน้องไม่เกิน 50 เซนติเมตรตลอดเวลา ห้ามผู้อายุต่ำกว่า 15 หรือเกินกว่า 65 ปี นำน้องหมาควบคุมพิเศษออกนอกสถานที่เลี้ยง


ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงออนไลน์
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงออนไลน์

ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง กทม.


ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงถูกออกแบบให้ชัดเจนและเป็นระบบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ในระยะยาว เจ้าของควรเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น เพื่อลดความล่าช้า โดยมีขั้นตอนดังนี้


  1. พาน้องไปฝังไมโครชิปเพื่อรับใบรับรอง (คลส. 1)

  2. เตรียมเอกสารสำหรับขึ้นทะเบียนให้ครบถ้วน

    - บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของสัตว์

    - ทะเบียนบ้านที่สัตว์อาศัยอยู่

    - หนังสือยินยอมจากผู้ให้เช่า กรณีเป็นผู้เช่า

    - ใบรับรองการฝังไมโครชิป (คสส. 1)

    - หนังสือรับรองการฉีดวัคซีน (ถ้ามี)

    - หนังสือรับรองการผ่าตัดทำหมันจากสัตวแพทย์ (ถ้ามี)

    - หนังสือมอบอำนาจ (หากให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)

  3. ยื่นคำขอจดทะเบียน

    นำเอกสารไปขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงที่สำนักงานเขต หรือช่องทางออนไลน์

  4. รับใบจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง (Q&A)


1. ต้องฝังไมโครชิปและขึ้นทะเบียนทุกตัวไหม?

  • น้องหมาและน้องแมวทุกตัวที่เลี้ยงในกรุงเทพฯ ต้องฝังไมโครชิปและขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย

  • รวมถึงน้องหมาและน้องแมวที่เกิดใหม่หรือเพิ่งรับเข้ามาเลี้ยง


2. ต้องไปขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงที่ไหน?

  • สำนักงานเขตและคลินิกสัตวแพทย์ กทม. 8 แห่ง หรือสามารถยื่นขึ้นทะเบียนออนไลน์ได้


3. ถ้าไม่ฝังไมโครชิปหรือไม่ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง จะเกิดอะไรขึ้น?

  • อาจถูกปรับสูงสุด 25,000 บาท

  • น้องหมาและน้องแมวอาจถูกมองว่าไม่มีเจ้าของในกรณีสูญหายหรือเกิดข้อพิพาท0


4. ไมโครชิปมีอายุการใช้งานหรือเปลี่ยนใหม่ไหม?

  • ไมโครชิป ฝังถาวรและใช้ได้ตลอดชีวิต แต่อาจต้องตรวจสอบความสามารถอ่านของเครื่องสแกนเป็นระยะ



สรุปท้ายบทความ


การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงในกรุงเทพมหานครตามข้อบัญญัติที่เริ่มบังคับใช้ในปี 2569 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เจ้าของน้องหมาและน้องแมวทุกคนควรให้ความสำคัญ ไม่ใช่เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างระบบดูแลสัตว์เลี้ยงที่ชัดเจน เป็นธรรม และปลอดภัยต่อทั้งสัตว์ คน และชุมชนโดยรอบ


การฝังไมโครชิปและการขึ้นทะเบียนช่วยให้สามารถระบุตัวตนของสัตว์เลี้ยงได้อย่างแม่นยำ หากเกิดกรณีสัตว์พลัดหลง สูญหาย หรือเกิดข้อพิพาทขึ้นในอนาคต ข้อมูลที่อยู่ในระบบจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและประสานงานกับเจ้าของได้รวดเร็วขึ้น ลดความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงจะถูกมองว่าเป็นสัตว์ไม่มีเจ้าของ นอกจากนี้ การกำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงให้เหมาะสมกับพื้นที่อยู่อาศัย ยังช่วยลดปัญหาด้านสุขอนามัย เสียงรบกวน และความขัดแย้งในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ยังไม่แน่ใจในขั้นตอน เอกสาร หรือกำหนดเวลา การเตรียมตัวล่วงหน้าและปรึกษาสัตวแพทย์หรือโรงพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน จะช่วยให้การขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และสบายใจมากยิ่งขึ้นในระยะยาว





 
 
 

Comments


bottom of page