top of page
Search

โรคระบบทางเดินอาหารในสุนัขและแมว อาการ สาเหตุ การวินิจฉัย และการรักษา

โรคระบบทางเดินอาหารในน้องหมาและน้องแมวเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมาก และมีระดับความรุนแรงตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงอันตรายถึงชีวิต อาการสำคัญ ได้แก่ อาเจียน ท้องเสีย เบื่ออาหาร หรือถ่ายผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าน้องอาจมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ลำไส้ หรือตับอ่อน

อาการที่ควรระวัง

น้องหมาและน้องแมวที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร อาจแสดงอาการดังนี้

  • อาเจียน

  • ท้องเสียหรือถ่ายเหลว

  • ถ่ายเป็นมูกหรือมีเลือดปน

  • ถ่ายผิดปกติต่อเนื่องหลายวัน

  • ท้องอืด ปวดท้อง

  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

  • ซึม อ่อนแรง

  • ดื่มน้ำมากผิดปกติ

อาการเหล่านี้อาจเกิดจากการอักเสบ การติดเชื้อ ความผิดปกติของอวัยวะภายใน หรือการกินสิ่งแปลกปลอมจนลำไส้อุดตันได้

สาเหตุที่พบบ่อยของโรคระบบทางเดินอาหาร

  1. การติดเชื้อ: เชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือพยาธิในลำไส้ สามารถทำให้ท้องเสีย อาเจียน และขาดน้ำได้ เช่น พาร์โวไวรัส ทำให้เกิดโรคลำไส้อักเสบในสุนัข มักเป็นในน้องหมาเด็ก, ไวรัสลำไส้อักเสบในน้องแมว เช่น Feline parvo virus และ Feline coronavirus หรือ การติดพยาธิในทางเดินอาหาร เป็นต้น

  2. อาหารไม่เหมาะสม: การเปลี่ยนอาหารกะทันหัน หรือกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค อาหารบูดเน่าเสีย อาหารของมนุษย์ ของมัน ของทอด อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของกระเพาะและลำไส้

  3. การกินสิ่งแปลกปลอม: การกลืนของเล่น ผ้า กระดูก หรือวัสดุอื่น ๆ อาจทำให้ลำไส้อุดตัน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจต้องผ่าตัด หรือส่องกล้องนำสิ่งแปลกปลอมออก

  4. โรคตับอ่อนอักเสบ: สาเหตุในน้องหมา 90 % คือไม่ทราบ เเต่อาจมีปัจจัยในเรื่องของสายพันธุ์ เช่น Terriers, Miniature Schnauzers, Spaniels เป็นต้น หรืออาจเกี่ยวข้องกับภาวะที่มีไขมันในกระแสเลือดสูง เช่น การกินอาหารไขมันสูงนานๆ เป็นต้น และในแมวมักพบโรคนี้ได้ยากและไม่ค่อยแสดงอาการ โดย โรคนี้อาการที่เด่นชัดคือ อาเจียนบ่อย ปวดท้อง ซึม อาจพบถ่ายเหลวร่วมด้วย

  5. ความผิดปกติของระบบย่อยอาหารแบบเรื้อรัง 

    • ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) คือ กลุ่มอาการท้องเสียแบบเรื้อรังโดยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยอาหารหรือยาปฏิชีวนะ ซึ่งจะทำให้สุนัข ถ่ายเหลวต่อเนื่อง มีภาวะทุพโภชนาการ ร่างกายขาดโปรตีน อาจทำให้เกิดการบวมน้ำตามร่างกายได้

    • ปัญหาดูดซึมสารอาหารผิดปกติ

    • โรคตับ โดยตับเป็นอวัยวะที่สำคัญ ใช้ในการสังเคราะห์โมเลกุลต่างๆที่สำคัญในร่างกาย เช่น กลูโคส โปรตีนอัลบูมิน เป็นต้น โดยที่โรคตับนั้นอาจจะเป็นแบบฉับพลัน จากการได้รับสารพิษหรือติดเชื้อ หรือเป็นแบบเรื้อรังจากการ การอักเสบของตับแบบเรื้อรัง การอุดตันของท่อน้ำดีหรือเกิดจากไขมันพอกตับ แม้ว่าไม่ใช่อวัยวะในทางเดินอาหารโดยตรงเเต่อาการที่สามารถพบได้นั้นคล้ายคลึงกับโรคทางเดินอาหาร ได้แก่ อาเจียน ซึม ปวดท้อง เป็นต้น อาจจะมีตัวเหลือง ท้องมานเพิ่มเติมได้

    • โรคไต เป็นอวัยวะที่ขับของเสียออกจากร่างกาย ควบคุมสมดุลอิเล็คโทรไลต์ กรดเบส และผลิตฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง การที่ไตมีปัญหานั้น สามารถทำให้มีอาการคล้ายกับโรคทางเดินอาหารได้เช่นกัน ได้แก่ อาเจียน มีแผลในช่องปากหรือเลือดออกในทางเดินอาหารจากภาวะมีสารพิษในกระเเสเลือดสูง เป็นต้น

การวินิจฉัยโรคระบบทางเดินอาหาร

จากที่กล่าวไปข้างต้นว่าหลายๆโรคนั้นมีอาการคล้ายคลึงกัน สัตวแพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจแนะนำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เช่น

  • ตรวจเลือดและตรวจค่าการทำงาน-ค่าความเสียหายของอวัยวะภายในเช่น ตับ ไต

  • ตรวจค่าอิเล็คโทรไลต์ในกระแสเลือด หรือค่าชีวเคมีอื่นๆ

  • ตรวจอุจจาระ

  • เอ็กซเรย์ช่องท้อง

  • อัลตราซาวด์

  • การส่องกล้อง (Endoscopy)

การตรวจที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของน้องๆในแต่ละราย

แนวทางการรักษา

  1. แก้ภาวะแห้งน้ำ ในสัตว์ที่มีภาวะแห้งน้ำจากการที่ไม่ได้กินน้ำ การสูญเสียน้ำจากการอาเจียนหรือถ่ายเหลว 

  2. ปรับอาหาร: มักใช้อาหารประกอบการรักษาโรคหรืออาหารเฉพาะสำหรับสัตว์ที่มีปัญหาทางเดินอาหาร เช่น สูตรทางเดินอาหาร, สูตรไขมันต่ำ, สูตร โรคไต, สูตรโรคตับ เป็นต้น

  3. ยาต้านอาเจียน/ยาลดกรด: ช่วยในการลดการสร้างกรด ป้องกันการเกิดแผลหลุม และลดการอาเจียนเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำและอิเล็คโทรไลต์ออกไปจากร่างกาย

  4. ยาปฏิชีวนะ: ใช้รักษาในกรณีติดเชื้อแบคทีเรีย หรือใช้ในการรักษาในรายที่เป็นภาวะท้องเสียจากการเพิ่มจำนวนของเเบคทีเรียในลำไส้เล็ก (SIBO)

  5. การผ่าตัด: จำเป็นในกรณีที่มี ลำไส้อุดตัน, กินสิ่งแปลกปลอม, หรือมีภาวะฉุกเฉินอื่น ๆ ในช่องท้อง เช่น มีการกลืนกันของลำไส้ หรือ ภาวะกระเพาะอาหารบิด เป็นต้น

ควรไปพบสัตวแพทย์ถ้ามีอาการเหล่านี้

  • อาเจียนหลายครั้งติดต่อกัน

  • ถ่ายมีเลือดปน

  • ซึมมาก ไม่กินอาหาร

  • ท้องอืด แข็ง กดเจ็บ

  • สงสัยว่ากินสิ่งแปลกปลอม

  • มีไข้สูง

  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะรุนแรง เช่น ลำไส้อุดตัน ตับอ่อนอักเสบ หรือการติดเชื้อรุนแรง ซึ่งต้องรักษาอย่างเร่งด่วน

การป้องกันโรคระบบทางเดินอาหาร

  • ให้อาหารที่เหมาะสมกับวัยและสุขภาพ

  • หลีกเลี่ยงอาหารคน อาหารหมดอายุ หรือมีสิ่งแปลกปลอม ปนเปื้อน

  • หลีกเลี่ยงไม่ให้น้องกลืนของเล่นหรือวัสดุที่มีความเสี่ยง เช่น เชือก เส้นด้าย ถุงพลาสติก เป็นต้น

  • ถ่ายพยาธิสม่ำเสมอ

  • ฉีดวัคซีนป้องกัน ให้ครบตามกำหนด

  • พาน้องไปตรวจสุขภาพประจำปี



 
 
 

Comments


bottom of page