แมวอ้วก อาการ สาเหตุ และวิธีแก้ไขแบบเข้าใจง่าย
- Tanawat Wat
- Dec 31, 2025
- 2 min read
การเห็นแมวอ้วกอาจเป็นภาพที่ทำให้รู้สึกตกใจ โดยเฉพาะเมื่อไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อ หรือควรกังวลมากแค่ไหน ความจริงคือ “การอ้วก” เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในแมว แต่สาเหตุของการอ้วกนั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องง่าย ๆ อย่างก้อนขนในกระเพาะอาหาร ไปจนถึงโรคที่ต้องได้รับการตรวจรักษาอย่างจริงจัง สิ่งสำคัญคือการสังเกตอาการร่วม ลักษณะอ้วก และพฤติกรรมหลังอ้วก เพื่อแยกได้ว่าเป็นอาการไม่อันตราย หรือเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพ
บทความนี้จะช่วยอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า “แมวอ้วก” บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพได้บ้าง ทั้งเรื่องสาเหตุ อาการที่ต้องเฝ้าระวัง วิธีแก้ไขเบื้องต้น รวมถึงคำแนะนำสำหรับการพาไปพบสัตวแพทย์ โดยเนื้อหาถูกเรียบเรียงให้อ่านง่าย เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงแมวทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่ากำลังดูแลแมวอย่างถูกต้องและปลอดภัย

แมวอ้วกคืออะไร และอันตรายไหม?
การอ้วกคือกระบวนการที่ร่างกายพยายามขับสิ่งที่ระคายเคืองในกระเพาะอาหารออกมา แมวมีโอกาสอ้วกได้บ่อยกว่าสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆเพราะเป็นสัตว์ที่เลียขนเป็นประจำ ทำให้มีการกลืนขนไปสะสมในร่างกาย แมวบางตัวอาจอ้วกเป็นครั้งคราว ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากอ้วกถี่ผิดปกติ มีเลือดปน อ้วกเป็นสีเขียว เหลือง หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ซึม เบื่ออาหาร นั่นอาจหมายถึงปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรละเลย การแยกอาการอ้วกที่ปลอดภัยจากอาการอันตรายจึงสำคัญมาก เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเล็ก ๆ ลุกลามเป็นอาการรุนแรง
ลักษณะอ้วกแบบไหนที่พบได้ทั่วไป
ก่อนทำความเข้าใจเรื่องสาเหตุหรือโรคที่อาจซ่อนอยู่ การรู้จัก “ลักษณะของอ้วก” จะช่วยให้แยกได้ง่ายขึ้นว่าควรกังวลมากน้อยแค่ไหน เพราะลักษณะของสิ่งที่อ้วกออกมาเป็นตัวบอกข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาในร่างกายได้ดี เช่น อ้วกเป็นก้อนขน อ้วกเป็นอาหารที่ยังไม่ย่อย หรือเป็นน้ำดี การสังเกตลักษณะเหล่านี้ทำให้รู้ว่าสาเหตุอาจมาจากพฤติกรรมทั่วไป หรือเป็น อาการของโรคบางชนิด หากเห็นลักษณะอ้วกผิดปกติ ควรสังเกตร่วมกับพฤติกรรมของแมว เช่น ซึม ไม่เล่น ไม่กินอาหาร
สาเหตุหลักที่ทำให้แมวอ้วก
การรู้สาเหตุจะช่วยให้แก้ไขได้ตรงจุด สาเหตุของการอ้วกในแมวแบ่งได้หลายกลุ่ม ทั้งเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวันและปัญหาสุขภาพ การทำความเข้าใจจะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าจะดูแลเอง หรือควรพาไปตรวจเพิ่ม โดยด้านล่างคือรายละเอียดของแต่ละสาเหตุแบบเข้าใจง่าย
ก้อนขน (Hairball)
ก้อนขนเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในแมวทุกสายพันธุ์ โดยเฉพาะแมวขนยาว การเลียขนเพื่อทำความสะอาดเป็นพฤติกรรมปกติ แต่เมื่อขนหลุดและถูกกลืนเข้าไปสะสมในกระเพาะอาหาร ก้อนขนนั้นจะกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ร่างกายต้องการกำจัดออกมา จึงเกิดอาการไอหรืออ้วกออกมาเป็นก้อนยาวคล้ายท่อขน แม้จะดูน่าตกใจ แต่โดยทั่วไปการอ้วกก้อนขนไม่ได้เป็นอันตราย หากไม่ได้เกิดบ่อยเกินไป แต่การมีจำนวนมากอาจทำให้ลำไส้อุดตัน โดยมักจะ
พบในแมวขนยาวมากกว่าแมวขนสั้น
เกิดจากการทำความสะอาดตัวเอง
อ้วกเป็นก้อนยาว ลักษณะเหมือนขนพันกัน
อาจมีเสียงไอสำลัก
เกิดได้ 1–2 ครั้งต่อเดือน ถือว่าปกติ
หากอ้วกเกินปกติ อาจต้องใช้ตัวช่วยละลายก้อนขน
ปัญหาการย่อยอาหาร
ระบบย่อยอาหารของแมวมีความอ่อนไหวพอสมควร เพราะเป็นสัตว์กินเนื้อโดยธรรมชาติ อาหารที่มีส่วนผสมไม่เหมาะสม ย่อยยาก หรือการเปลี่ยนอาหารแบบกะทันหัน อาจทำให้กระเพาะเกิดความระคายเคืองและนำไปสู่อาการอ้วก การกินอาหารเร็วเกินไป ท้องอืด หรือกินในปริมาณมากในครั้งเดียวก็เป็นอีกสาเหตุที่มักถูกมองข้าม โดยสาเหตุที่มักพบ ดังนี้
อาหารย่อยยาก เช่น ไขมันสูง
การแพ้อาหารบางชนิด
เปลี่ยนสูตรอาหารแบบทันที
กินเร็ว ทำให้สำลัก
ท้องอืด กระเพาะขยายตัวเร็ว
มีเสียงท้องร้อง อ้วกหลังมื้ออาหาร
การแก้ไขคือให้แมวกินอาหารแบบแบ่งมื้อ หรือลองอาหารสูตรย่อยง่าย
ภาวะติดเชื้อ
ภาวะติดเชื้อเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้แมวอ้วกได้ โดยเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิต มักทำให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินอาหาร อาการมักไม่ได้มีแค่อ้วก แต่รวมถึงท้องเสีย ซึม ไม่กินอาหาร และมีอาการขาดน้ำ หากเป็นกรณีนี้ การดูแลเองที่บ้านอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องได้รับการตรวจและรักษาโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
พยาธิและปรสิตภายใน
พยาธิในลำไส้ไม่เพียงแค่ทำให้ระบบย่อยอาหารผิดปกติ แต่ยังทำให้ร่างกายอ่อนแอ เพราะพยาธิไปแย่งสารอาหาร การอ้วกเป็นอาการทั่วไปที่พบเมื่อมีการติดพยาธิ โดยเฉพาะแมวที่ออกนอกบ้าน หรือไม่ได้ถ่ายพยาธิสม่ำเสมอ การรักษาไม่ควรซื้อยากินเอง ควรได้รับคำแนะนำจากสัตวแพทย์เพื่อความปลอดภัย มักพบว่า
มีพยาธิในลำไส้
ติดได้จากสิ่งสกปรกหรือสัตว์อื่น
ท้องเสียเป็น ๆ หาย ๆ
อ่อนแรง น้ำหนักลด

กินสิ่งแปลกปลอม
แมวเป็นสัตว์ชอบเล่นและสำรวจสิ่งของรอบตัว การเล่นเชือก พลาสติก เศษกระดาษ หรือของตกแต่งบ้านอาจทำให้มีโอกาสกลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในกระเพาะได้ สิ่งเหล่านี้ย่อยไม่ได้ ร่างกายจึงพยายามขับออกด้วยการอ้วก แต่ในบางครั้งสิ่งแปลกปลอมเข้าไปลึก จนเกิดภาวะอุดตันลำไส้ ซึ่งเป็นเคสฉุกเฉินที่ต้องพบสัตวแพทย์ทันที มักพบว่า
แมวกินเชือก กระดาษ พลาสติก
อ้วกซ้ำ หลังมื้ออาหาร
มีอาการปวดท้อง
ไม่กินอาหาร
ต้องตรวจเอกซเรย์ และ/หรือ อัลตราซาวด์
ทั้งนี้ทั้งนั้น สาเหตุของการอ้วกของแมวสามารถเกิดร่วมกันจากโรคอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โรคตับอ่อนอักเสบ โรคไต หรือ โรคเบาหวาน เป็นต้น
อาการที่ต้องเฝ้าระวังเมื่อแมวอ้วก
การอ้วกครั้งเดียวอาจไม่ต้องกังวล แต่การมีอาการร่วมอื่นถือเป็นสัญญาณเตือน ควรสังเกตเป็นรายจุดเพื่อประเมินความเสี่ยง
อาการที่ต้องสังเกต
อ้วกบ่อยใน 24 ชั่วโมง
อ้วกเป็นสีเขียว เหลือง หรือมีเลือด
ไม่กินอาหารเกิน 24 ชั่วโมง
ซึม อ่อนแรง นอนเยอะผิดปกติ
น้ำหนักลด
ท้องเสียร่วมด้วย
มีไข้
ขาดน้ำ
หากมีหลายอาการร่วมกัน ควรพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด
วิธีแก้ไขและดูแลแมวเมื่อมีอาการอ้วก
การดูแลแมวที่อ้วกเริ่มจากการประเมินอาการเบื้องต้น หากเป็นอาการเล็กน้อย เช่น ก้อนขน หรือกินเร็วเกินไป สามารถดูแลที่บ้านได้ แต่ต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด การดูแลไม่ควรใช้วิธีที่เสี่ยง เช่น ซื้อยาคนให้กิน ควรเลือกวิธีที่ปลอดภัยและเหมาะกับสภาพร่างกายของแมว
วิธีดูแลเบื้องต้นแบบปลอดภัย
พักระบบย่อยอาหาร 6–8 ชั่วโมง
ให้น้ำสะอาดตลอดเวลา
เลือกอาหารย่อยง่าย
แปรงขนเพื่อลดการเกิดก้อนขน
ใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดก้อนขน
ตรวจพื้นที่บ้านให้ปลอดภัย
หากไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชม. ต้องพบแพทย์
วิธีป้องกันไม่ให้แมวอ้วกบ่อย
การป้องกันสำคัญที่สุด เพราะช่วยลดความเสี่ยงของทั้งก้อนขนและปัญหาระบบลำไส้ การปรับดูแลในชีวิตประจำวันมีผลอย่างมาก เช่น การเลือกอาหารที่เหมาะสม การดื่มน้ำที่เพียงพอ และการแปรงขนก็ช่วยได้ดี
เคล็ดลับป้องกันการอ้วก
แปรงขนทุกวัน
อาหารสูตรย่อยง่าย
แบ่งอาหารเป็นหลายมื้อ
กระตุ้นให้น้ำมากขึ้น
ไม่ให้ของเล่นที่กลืนได้
ถ่ายพยาธิตามกำหนด
ไม่ให้กินอาหารต้องห้าม
ทำความสะอาดพื้นที่

เมื่อไหร่ควรพาไปพบสัตวแพทย์
แม้อาการอ้วกจะพบได้บ่อย แต่ก็ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะเมื่ออาการไม่ลดลงหรือมีสัญญาณอันตราย การพบสัตวแพทย์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพราะสามารถตรวจวินิจฉัยได้ละเอียด ใช้เครื่องมืออย่างเอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ ตรวจเลือด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
สัญญาณที่ควรพบสัตวแพทย์ทันที
อ้วกหลายครั้งในหนึ่งวัน
มีเลือดในอ้วก
ไม่กินอาหารเกิน 24 ชั่วโมง
ซึม เกิดภาวะขาดน้ำ
เคยกินสิ่งแปลกปลอม
น้ำหนักลดรวดเร็ว
สรุป
แมวอ้วกเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป แต่ความถี่ ลักษณะอ้วก และอาการร่วมเป็นตัวกำหนดว่าสถานการณ์นั้นอันตรายหรือไม่ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากก้อนขน อาหารไม่เหมาะสม หรือระบบย่อยอาหารไวต่อการเปลี่ยนแปลง หากอ้วกไม่บ่อย แมวมีพฤติกรรมปกติ ร่าเริง กินอาหารได้ดีมักไม่เป็นปัญหาใหญ่ แต่เมื่อเริ่มมีอาการหนัก เช่น ไม่กินอาหาร ซึม มีเลือดในอ้วก หรืออ้วกเป็นสีผิดปกติ ควรรีบติดต่อสัตวแพทย์เพื่อรับการตรวจและดูแล
การป้องกันช่วยลดโอกาสการอ้วกได้มาก เช่น การแปรงขน การเลือกอาหารย่อยง่าย การให้น้ำมากพอ และการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ แนวทางเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจากทั้งก้อนขน พยาธิ และปัญหาระบบลำไส้ ทำให้แมวสุขภาพดีและมีชีวิตประจำวันที่สดใส
สุดท้าย การรู้จักสังเกตอาการคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะแมวแสดงอาการป่วยให้เห็นไม่ชัดเจนเหมือนสัตว์ชนิดอื่น หากมีความสงสัย การปรึกษาสัตวแพทย์เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อให้น้องแมวมีสุขภาพดี แข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย
ผู้เขียน: นสพ. ธนรัฐ บุญประกอบ




Comments