รวมสาเหตุ ‘น้องแมวขนร่วงเยอะ’ เพราะอะไร!? พร้อมวิธีดูแล
- Tanawat Wat
- 4 hours ago
- 2 min read
อาการ แมวขนร่วงเยอะ เป็นปัญหาที่เจ้าของมักสังเกตได้จากขนที่ติดเสื้อผ้า โซฟา พื้นบ้าน หรือแม้แต่ขนที่ร่วงเป็นหย่อมบนตัวแมวเอง แม้การผลัดขนจะเป็นเรื่องปกติของแมว แต่เมื่อขนร่วงมากกว่าที่เคย หรือมีลักษณะร่วงเป็นกระจุก เห็นผิวหนังชัด มีสะเก็ด แผล หรือแมวมีอาการคัน เกา เลียตัวบ่อยผิดปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพที่ต้องให้ความสำคัญ
สาเหตุของอาการแมวขนร่วงอาจมาจากโรคผิวหนัง การติดปรสิต การติดเชื้อรา ภูมิแพ้ ความเครียด ความผิดปกติของฮอร์โมน ไปจนถึงการขาดสารอาหาร หากดูเพียงผิวเผินอาจแยกได้ยากว่ามาจากสาเหตุใด การพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ ขณะเดียวกัน เจ้าของก็สามารถช่วยเสริมด้วยการแปรงขนเป็นประจำ ปรับโภชนาการให้เหมาะสม และดูแลสภาพแวดล้อมให้ลดความเครียด เพื่อให้ขนและผิวหนังของแมวกลับมาสุขภาพดีในระยะยาวได้

ทำไมแมวขนร่วงเยอะหรือร่วงเป็นกระจุก?
การที่แมวมีขนร่วงไม่เสมอกัน บางครั้งร่วงมากเป็นพิเศษ หรือร่วงเป็นหย่อมๆ มักไม่ใช่เพียงแค่การผลัดขนตามธรรมชาติเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายด้าน ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย โดยทั่วไป แมวจะมีการผลัดขนเป็นรอบๆ ตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนหรือเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง ขนเก่าจะหลุดออกเพื่อให้ขนใหม่ที่เหมาะกับสภาพอากาศขึ้นมาแทน กรณีนี้แม้ว่าขนจะร่วงเยอะ แต่ผิวหนังจะยังดูปกติ ไม่แดง ไม่ลอก และแมวมักไม่คันมาก
ในทางกลับกัน หากขนร่วงเฉพาะจุด ร่วงเป็นวง หรือเห็นผิวหนังบริเวณที่ขนหายไปชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อผิวบริเวณนั้นมีสีแดง มีสะเก็ด มีกลิ่นผิดปกติ หรือแมวเกาเลียบริเวณเดิมซ้ำๆ มักเกี่ยวข้องกับโรคผิวหนัง การติดเชื้อ หรือปัญหาภูมิแพ้ บางเคสแม้ไม่มีอาการคัน แต่ขนกลับบางลงทั่วตัว อาจสัมพันธ์กับฮอร์โมนหรือโภชนาการที่ไม่เหมาะสม เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราจะแยกสาเหตุของ แมวขนร่วงเยอะ เป็นกลุ่มใหญ่ๆ และอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ตามด้านล่างนี้
แมวผลัดขนเพราะอากาศร้อน
ในหลายกรณี ขนร่วงเยอะอาจเป็น “เรื่องปกติ” ของวงจรชีวิตเส้นขน โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนหรือมีการเปลี่ยนฤดูกาล แมวจะผลัดขนเก่าออกเพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น โดยลักษณะของการผลัดขนตามธรรมชาติ เป็นดังนี้
ขนร่วงกระจายทั่วตัว ไม่ร่วงเฉพาะจุด
ผิวหนังด้านล่างยังดูเรียบ สีปกติ ไม่มีผื่นหรือสะเก็ด
แมวไม่คันมาก ไม่เกาบริเวณเดิมซ้ำๆ
ขนใหม่เริ่มขึ้นตามเวลา หากสังเกตใกล้ๆ จะเห็นขนอ่อนงอกขึ้นมาแทน
สิ่งที่เจ้าของสามารถช่วยได้ในช่วงนี้คือการ แปรงขนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดขนที่ตายแล้ว ลดจำนวนขนหลุดในบ้าน และป้องกันการเกิดก้อนขนในทางเดินอาหารจากการที่แมวเลียขนเข้าไปมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม หากแมวดูเหมือนผลัดขน “ตลอดเวลา” ขนไม่กลับมาฟูเหมือนเดิม หรือเริ่มเห็นผิวหนังผิดปกติ ควรเริ่มสงสัยถึงสาเหตุอื่นร่วมด้วย ไม่ควรมองว่าเป็นการผลัดขนตามธรรมชาติอย่างเดียว
แมวขนร่วงจากอาการคัน ที่มาจากโรคหรือติดเชื้อ
หากแมวมีอาการคันร่วมกับขนร่วง เช่น เกาบริเวณเดิมบ่อย เลียตัวแรงๆ จนขนหลุด หรือกัดขนตนเอง มักเกี่ยวข้องกับปัญหาผิวหนังและการติดเชื้อ เมื่อผิวหนังอักเสบต่อเนื่อง ขนบริเวณนั้นจะหลุดร่วงง่าย บางครั้งร่วงเป็นวงหรือเป็นกระจุก เห็นผิวหนังแดงหรือมีสะเก็ด โดยด้านล่างนี้คือกลุ่มโรคและภาวะที่เกี่ยวข้องกับอาการคันโดยตรง และมีผลให้แมวขนร่วงเยอะตามมา
ติดปรสิต (Parasitic disorder)
ปรสิตภายนอก เช่น หมัด เห็บ และไรขี้เรื้อน เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยในแมวทุกช่วงวัย โดยเฉพาะแมวที่ออกนอกบ้านหรืออยู่รวมกับสัตว์ตัวอื่น โดยลักษณะที่มักพบเมื่อมีการติดปรสิต มีดังนี้
แมวคันมาก เกาจนขนหลุด หรืองับขนบริเวณ หลัง สะโพก หรือโคนหาง
ผิวหนังแดง มีสะเก็ดหรือแผลถลอกจากการเกา
อาจพบจุดดำๆ เล็กๆ (สิ่งขับถ่ายของหมัด) ติดตามโคนขน
บางตัวอาจแพ้น้ำลายหมัด ทำให้ผิวหนังอักเสบมากกว่าปกติ แม้มีหมัดเพียงเล็กน้อย
การรักษาจะต้องใช้ยาป้องกันเห็บหมัดไรควบคู่กับการทำความสะอาดสภาพแวดล้อมอย่างจริงจัง เช่น ซักผ้าปูที่นอน ซักผ้าห่ม และดูดฝุ่นบ้านเป็นประจำ
ติดเชื้อรา (Dermatophytosis)
เชื้อราเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของอาการขนร่วง โดยเฉพาะในบ้านที่มีความชื้นหรือแมวที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เชื้อราทำให้เส้นขนอ่อนแอจนหลุดออกเป็นหย่อม มีจุดสังเกตของเชื้อราผิวหนังในแมว ดังนี้
ขนร่วงเป็นวงกลมหรือวงรี
ผิวหนังบริเวณนั้นแห้ง ลอก มีสะเก็ด หรือเป็นขุย
อาจมีผิวแดงหรือคล้ำขึ้น
ในบางรายเชื้อราอาจติดต่อสู่คนในบ้านได้ ทำให้ต้องดูแลเรื่องสุขอนามัยเป็นพิเศษ
การรักษาเชื้อราต้องใช้เวลา และมักต้องใช้ทั้ง ยาทา ยากิน การอาบน้ำด้วยแชมพูยา และการทำความสะอาดสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
เป็นภูมิแพ้ (Feline atopic syndrome)
แมวสามารถเป็นภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น ไรฝุ่น เกสร เชื้อรา หรือสารเคมีบางชนิด ภูมิแพ้กลุ่มนี้ทำให้ผิวหนังอักเสบเรื้อรังและคันเรื้อรัง มีลักษณะอาการที่พบบ่อย ดังนี้
แมวเลียหรือเกาบริเวณเดิมซ้ำๆ เช่น ท้อง ขาหนีบ รอบคอ หรือใบหน้า
ผิวหนังเริ่มคล้ำ หนาตัว หรือมีเม็ดผื่น
อาการเป็นๆ หายๆ หรือหนักขึ้นในบางฤดูกาล
การรักษาต้องใช้ทั้งยาเพื่อลดการอักเสบและแผนการดูแลระยะยาว อาจรวมถึงการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน
แพ้อาหาร (Adverse food reaction)
การแพ้อาหารเป็นสาเหตุที่สัมพันธ์กับทั้งปัญหาผิวหนังและระบบทางเดินอาหาร แมวบางตัวอาจแพ้โปรตีนบางชนิด เช่น ไก่ เนื้อวัว ปลา หรือนมวัว รวมถึงส่วนประกอบบางอย่างในอาหารสำเร็จรูป โดยสัญญาณที่อาจเกี่ยวข้องกับการแพ้อาหาร เช่น
คันเรื้อรัง ขนร่วงกระจายหรือเป็นแนวยาวบริเวณลำตัวและท้อง
อาจมีอาการอาเจียนหรือถ่ายเหลวร่วมเป็นระยะ
อาการไม่สัมพันธ์กับฤดูกาล และมักเป็นต่อเนื่อง
การวินิจฉัยจำเป็นต้องอาศัย “การทดลองเปลี่ยนอาหาร”ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์ เพื่อสังเกตว่าเมื่อเปลี่ยนอาหารแล้วอาการดีขึ้นหรือไม่

แมวขนร่วงแต่ไม่มีอาการคัน
หากแมวขนร่วงมาก แต่ไม่คัน ไม่เกา ไม่มีพฤติกรรมเลียหรือกัดขนจนเห็นได้ชัด สาเหตุอาจมาจาก ระบบภายในของร่างกาย มากกว่าปัญหาที่ผิวหนังโดยตรง และหลายครั้งเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนหรือภาวะโภชนาการ กรณีนี้ผิวหนังอาจดูไม่อักเสบ แต่ขนกลับบางลงทั่วตัวหรือบางเฉพาะจุด ทำให้จำเป็นต้องมีการตรวจเลือดหรือการตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ เพื่อให้สัตวแพทย์วินิจฉัยสาเหตุให้ชัดเจน
เป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นขนอ่อนแอและร่วงง่าย โดยไม่ได้มีการอักเสบหรือคันเด่นชัด เช่น
ความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ภาวะไทรอยด์ต่ำ
การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในแม่แมวช่วงตั้งท้องหรือหลังคลอด
พฤติกรรมเลียตัวจากความเครียด แต่ผิวหนังยังไม่อักเสบรุนแรง
แมวกลุ่มนี้มักมีขนบางลงเรื่อยๆ ผิวหนังดูเรียบ แต่คุณภาพของขนไม่ดี ขนไม่เงาและร่วงง่ายกว่าปกติ
เกิดจากแมวขาดสารอาหาร
โภชนาการที่ไม่เหมาะสมเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ แมวขนร่วงเยอะ และคุณภาพขนไม่ดี แม้อาจไม่มีอาการคันหรือแผลชัดเจน แต่เส้นขนจะเปราะ หักง่าย และขนดูไม่เงางาม ตัวอย่างภาวะที่สัมพันธ์กับโภชนาการ เช่น
ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอหรือคุณภาพต่ำ
ขาดกรดไขมันจำเป็น เช่น โอเมก้า-3 และโอเมก้า-6
ขาดวิตามินเอ วิตามินอี หรือแร่ธาตุสำคัญ เช่น ซิงค์ ไบโอติน
การเลือกอาหารที่ได้มาตรฐาน เหมาะกับช่วงวัยและสุขภาพของแมว รวมถึงการปรึกษาสัตวแพทย์หากต้องเสริมอาหารหรือใช้สูตรเฉพาะสำหรับบำรุงผิวหนังและเส้นขน จะช่วยฟื้นฟูสภาพขนให้ดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวขนร่วงเยอะผิดปกติ?
เมื่อเริ่มสังเกตว่าแมวขนร่วงเยอะกว่าปกติ สิ่งสำคัญคือการประเมินว่าเป็นการผลัดขนธรรมดา หรือเริ่มเข้าข่ายผิดปกติที่ควรได้รับการตรวจรักษา
จุดที่ควรสังเกตเป็นพิเศษ
ขนร่วงเป็นวง เป็นหย่อม หรือร่วงเป็นทางยาว
ผิวหนังบริเวณที่ขนหายไปแดง คล้ำ มีสะเก็ด เป็นขุย หรือมีกลิ่นผิดปกติ
แมวเกา เลีย กัดขนบริเวณเดิมซ้ำๆ
พฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น ซึมลง เบื่ออาหาร หรือไม่ค่อยเล่น
มีแมวตัวอื่นในบ้านเริ่มมีอาการคล้ายกัน (สงสัยการติดเชื้อหรือปรสิต)
หากพบอาการเหล่านี้ต่อเนื่อง หรืออาการรุนแรงขึ้นในระยะเวลาไม่นาน ควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจโดยละเอียด ไม่ควรรอให้หายเองหรือซื้อยามาใช้เองโดยไม่ได้รับคำแนะนำ

แนวทางดูแลเมื่อแมวขนร่วงเยอะ
หลังจากเข้าใจสาเหตุและสังเกตอาการเบื้องต้นแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการดูแลอย่างถูกต้อง ซึ่งควรประกอบด้วยทั้งการรักษาตามสาเหตุ และการปรับการดูแลทั่วไปในชีวิตประจำวัน
ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
การวินิจฉัยที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญของการรักษา โดยสัตวแพทย์จะทำ
การซักประวัติอย่างละเอียด (อาหารที่กิน สภาพแวดล้อม ปัจจัยเครียด ประวัติการใช้ยา)
การตรวจผิวหนังและขน
การขูดผิวหนังหรือนำตัวอย่างขนไปตรวจ
การตรวจเลือดหรือฮอร์โมนในกรณีที่สงสัยปัญหาภายใน
เมื่อทราบสาเหตุแล้วจึงจะสามารถวางแผนรักษาที่เหมาะสมได้ เช่น ใช้ยารักษาเชื้อรา ยากำจัดปรสิต ปรับสูตรอาหาร หรือให้ยาลดอักเสบสำหรับแมวภูมิแพ้
แปรงขนเป็นประจำ ช่วยลดขนร่วงและดูแลผิวหนัง
การแปรงขนเป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลที่ทั้งช่วยลดปริมาณขนร่วงในบ้าน และช่วยให้เจ้าของสังเกตผิวหนังของแมวได้ใกล้ชิดมากขึ้น โดยประโยชน์ของการแปรงขน มีดังนี้
ขจัดขนที่ตายแล้ว ลดการสะสมบนร่างกายและในบ้าน
กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและน้ำมันธรรมชาติบนผิวหนัง ทำให้ขนเงางาม
ลดโอกาสเกิดก้อนขนในทางเดินอาหารจากการเลียขน
ทำให้เจ้าของตรวจพบผื่น แผล หรือจุดขนร่วงเล็กๆ ได้ตั้งแต่เริ่มต้น
แมวขนยาวควรแปรงขนทุกวัน ส่วนแมวขนสั้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง โดยควรเลือกแปรงที่เหมาะกับลักษณะขนของแมว เพื่อไม่ให้ระคายเคืองผิวหนัง
ปรับปรุงโภชนาการให้เหมาะสม
โภชนาการที่ดีช่วยให้เส้นขนและผิวหนังแข็งแรงจากภายใน แมวควรได้รับสารอาหาร ดังนี้
โปรตีนคุณภาพดีในปริมาณที่เหมาะสม
กรดไขมันจำเป็น (โอเมก้า-3 และโอเมก้า-6)
วิตามินเอ วิตามินอี และแร่ธาตุสำคัญ
ในบางกรณี สัตวแพทย์อาจแนะนำอาหารสูตรเฉพาะสำหรับแมวที่มีปัญหาผิวหนังหรือขนร่วง รวมถึงการเสริมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหนังและขนเพิ่มเติม ตามความเหมาะสมของแต่ละตัว
หากสงสัยว่าแมวแพ้อาหาร การปรับสูตรอาหารต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และควรอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์ ไม่ควรเปลี่ยนอาหารไปมาอย่างรวดเร็ว
จัดการสภาพแวดล้อมเพื่อลดความเครียดและลดความเสี่ยงโรคผิวหนัง
สภาพแวดล้อมที่ดีช่วยลดทั้งความเครียดและความเสี่ยงในการเกิดโรคผิวหนังได้ ตัวอย่างในการปรับสภาพแวดล้อม ดังนี้
ทำความสะอาดบ้านและพื้นที่ที่แมวใช้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
ซักผ้าปูที่นอน เบาะ และผ้าห่มของแมวเป็นประจำ
ใช้เครื่องฟอกอากาศเพื่อลดฝุ่น ความชื้น และเชื้อโรคในอากาศ
จัดมุมสงบให้แมวได้พักผ่อน ลดเสียงดังหรือสิ่งรบกวน
จัดของเล่นและพื้นที่ปีนป่ายเพื่อช่วยระบายพลังงาน ลดความเครียด
แมวที่ได้รับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มักมีพฤติกรรมเลียหรือเกาตัวน้อยลง ขนและผิวหนังจึงมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีขึ้น
หลีกเลี่ยงการอาบน้ำบ่อยเกินไป
แมวโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องอาบน้ำบ่อย เนื่องจากมีพฤติกรรมเลียขนเพื่อทำความสะอาดตัวเองอยู่แล้ว การอาบน้ำบ่อยเกินไปอาจทำให้ผิวแห้งและอ่อนแอ
ควรอาบน้ำทุก 1–3 เดือน หรือเมื่อจำเป็นตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
เลือกใช้แชมพูสำหรับแมวเท่านั้น ไม่ใช้แชมพูของคนหรือสัตว์ชนิดอื่น
หลังอาบน้ำควรเช็ดและเป่าขนให้แห้งอย่างทั่วถึง เพื่อลดความชื้นสะสมที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อรา
การป้องกันปัญหาแมวขนร่วงเยอะในระยะยาว
เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว การดูแลอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดโอกาสที่ปัญหาขนร่วงจะกลับมาเป็นซ้ำ แนวทางในการป้องกันระยะยาว ได้แก่
พาแมวตรวจสุขภาพประจำปี และตรวจผิวหนังเมื่อสงสัยความผิดปกติ
ให้ยาป้องกันเห็บ หมัด และปรสิตต่างๆ อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
เลือกอาหารที่มีคุณภาพ เหมาะกับช่วงวัยและสุขภาพของแมว
ดูแลสภาพแวดล้อมให้สะอาด ลมถ่ายเท และลดความชื้น
ให้เวลาเล่นและปฏิสัมพันธ์กับแมว เพื่อช่วยลดความเครียด
สรุป: แมวขนร่วงเยอะไม่ใช่เรื่องเล็ก ควรรีบตรวจหาสาเหตุ
อาการ แมวขนร่วงเยอะหรือร่วงเป็นกระจุก อาจมีที่มาจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การผลัดขนธรรมดา ปรสิต เชื้อรา ภูมิแพ้ ความเครียด ฮอร์โมน ไปจนถึงภาวะขาดสารอาหาร การสังเกตลักษณะการร่วงของขนร่วมกับอาการอื่น เช่น คัน แผล ผิวหนังเปลี่ยนแปลง หรือพฤติกรรมที่ผิดไปจากเดิม จะช่วยให้เจ้าของมองเห็นภาพชัดขึ้นว่าควรเริ่มต้นดูแลอย่างไร
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรมองข้ามอาการ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจลุกลามจนกลายเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังหรือปัญหาสุขภาพด้านอื่นตามมา การพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ร่วมกับการดูแลเรื่องการแปรงขน โภชนาการ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จะช่วยให้ขนของแมวกลับมาสวยฟู สุขภาพดี และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เขียน: นสพ. ธนรัฐ บุญประกอบ




Comments