ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการอุดตันทางเดินปัสสาวะในแมว
- Tanawat Wat
- 1 day ago
- 1 min read
ภาวะแมวฉี่ไม่ออก หรือการอุดตันของทางเดินปัสสาวะ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในแมว โดยเฉพาะแมวเพศผู้ ซึ่งมีท่อปัสสาวะแคบกว่าสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ๆ ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผลึก นิ่ว ก้อนเนื้อ หรือการอักเสบที่ทำให้ทางเดินปัสสาวะบวมและปิดกั้นการไหลของปัสสาวะ ภาวะนี้จัดเป็น “เหตุฉุกเฉิน” เพราะเมื่อปัสสาวะไม่สามารถระบายออกได้ ความดันภายในกระเพาะปัสสาวะจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กระทบไปถึงไตและระบบเลือด อาจเกิดไตวายเฉียบพลันหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ภายในเวลาไม่นาน การเข้าใจลักษณะของภาวะนี้ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถสังเกตความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และพาแมวเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา

สาเหตุทั่วไปของปัญหาการปัสสาวะยากในแมว และปัจจัยที่ต้องจับตา
แมวฉี่ไม่ออกอาจเกิดจากหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับสรีระ อาหาร พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อม การเข้าใจสาเหตุอย่างถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและลดโอกาสเกิดซ้ำ โดยเฉพาะแมวที่เคยมีประวัติปัญหานี้มาก่อน โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
นิ่วหรือผลึกปัสสาวะอุดตัน
นิ่วและผลึกปัสสาวะเป็นสาเหตุที่พบมากที่สุดในแมวโต โดยเฉพาะแมวที่ดื่มน้ำน้อย ผลึกที่เกิดขึ้นสามารถจับตัวกันจนกลายเป็นก้อนนิ่วและอุดตันท่อปัสสาวะได้อย่างรวดเร็ว การอุดตันจากนิ่วทำให้แมวปวดมากและมีความเสี่ยงต่อการเสื่อมของไตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
FIC หรือภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากความเครียด
FIC (Feline Idiopathic Cystitis) เป็นภาวะที่พบบ่อยมากและมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความเครียด เช่น การย้ายบ้าน สมาชิกใหม่ในบ้าน เสียงดัง หรือทรายแมวที่ไม่สะอาด ภาวะนี้ส่งผลให้แมวอั้นฉี่จนอาจทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบและบวม ส่งผลให้แมวปวดมากและอาจปัสสาวะไม่ออกได้ สาเหตุนี้ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคโดยตรง แต่เกิดจากระบบประสาทและฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลต่อระบบปัสสาวะ
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
แมวสูงอายุหรือแมวที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไตเรื้อรัง หรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ มักเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้ออาจทำให้เกิดเลือดในปัสสาวะ หรืออาการเจ็บขณะปัสสาวะ หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอาจลุกลามจนเกิดการอุดตันได้
เนื้องอกหรือก้อนเนื้อในระบบปัสสาวะ
แม้จะพบไม่มาก แต่เนื้องอกบางชนิดสามารถอุดกั้นทางเดินปัสสาวะหรือทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังได้ การตรวจด้วยอัลตร้าซาวด์หรือเอกซเรย์จึงเป็นสิ่งจำเป็น
ความอ้วนและการดื่มน้ำน้อย
แมวอ้วนมักมีการเคลื่อนไหวน้อย ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานช้าลง อีกทั้งยังมีแนวโน้มกินน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลให้ปัสสาวะเข้มข้นและเกิดผลึกได้ง่าย ความอ้วนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มโอกาสเกิดภาวะฉี่ไม่ออก
อาการที่ต้องสังเกตเมื่อแมวเริ่มปัสสาวะผิดปกติ
อาการของแมวฉี่ไม่ออกมักเริ่มอย่างเงียบ ๆ และเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ การสังเกตตั้งแต่ระยะเริ่มต้นสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาได้ทันท่วงที อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

อาการเริ่มต้นที่พบได้ทั่วไป
เบ่งปัสสาวะบ่อย แต่มีเพียงหยดเล็ก ๆ
ใช้เวลานานในกระบะทราย
ส่งเสียงร้องเบา ๆ ระหว่างพยายามฉี่
เลียบริเวณอวัยวะเพศบ่อยจากความระคายเคือง
อาการรุนแรงขึ้นเมื่อเริ่มอุดตันมากขึ้น
เข้ากระบะทรายบ่อยแต่ไม่มีปัสสาวะออกมา
กระสับกระส่าย วุ่นวาย ไม่สามารถหาท่านอนที่สบายได้
ปัสสาวะมีเลือดปน
ท้องแข็ง ตึง เจ็บมากเมื่อจับ
ซ่อนตัว ไม่ตอบสนองคนในบ้านเหมือนปกติ
อาการระยะวิกฤตที่อันตรายมาก
อาเจียนอย่างต่อเนื่อง
เดินเซ หมดแรง
หายใจผิดปกติจากระดับโพแทสเซียมสูง
ซึมลงอย่างมาก ไม่ยอมลุก
เสี่ยงหัวใจหยุดเต้นหากไม่รักษาเร่งด่วน
สิ่งที่เจ้าของควรทำทันทีเมื่อสงสัยว่าแมวฉี่ไม่ออก
เมื่อรู้สึกว่า “แมวกำลังฉี่ไม่ออก” สิ่งที่ต้องทำคือ รีบพาไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที เพราะภาวะนี้ไม่สามารถรอให้ดีขึ้นเองได้ และไม่ควรรักษาด้วยวิธีที่บ้านสรุปสิ่งที่ควรทำทันที
รีบพาแมวพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด
อุ้มอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการกดบริเวณท้อง
แจ้งประวัติอาการช่วงที่ผ่านมา เช่น เวลาเริ่มผิดปกติ อาหารที่กิน หรือเหตุการณ์ที่ทำให้แมวเครียด
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด
ห้ามบีบท้องเพื่อพยายามให้ปัสสาวะออกเอง เพราะอาจทำให้กระเพาะปัสสาวะแตกและเป็นอันตรายถึงชีวิต
ห้ามให้ยาคนหรือยาที่ไม่ใช่ของสัตว์ เนื่องจากอาจทำให้ไตหรือตับถูกทำลาย

การรักษาแมวฉี่ไม่ออกของสัตวแพทย์
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล สัตวแพทย์จะประเมินอาการและเริ่มการรักษาโดยเร็วที่สุด
การสวนสายปัสสาวะเพื่อระบายสิ่งอุดตัน
เป็นวิธีหลักในการเปิดทางเดินปัสสาวะ จากนั้นอาจคาสายไว้ 1–3 วันเพื่อช่วยให้ท่อปัสสาวะฟื้นตัวและลดโอกาสการอุดตันซ้ำในช่วงแรก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด สัตวแพทย์จะแนะนำให้ฝากแอทมิดไว้ที่โรงพยาบาลเพื่อดูแลตลอด 24 ชม.
การให้สารน้ำและควบคุมเกลือแร่
การให้สารน้ำช่วยขับของเสียออกจากร่างกายและช่วยฟื้นฟูการทำงานของไต พร้อมปรับระดับเกลือแร่ให้เข้าสู่สมดุล โดยเฉพาะการจัดการโพแทสเซียมที่สูงเกินไปซึ่งเป็นอันตรายต่อหัวใจ
ให้ยาแก้ปวด
เพื่อลดการเจ็บปวดที่เกิดจากการอักเสบและช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณท่อปัสสาวะผ่อนคลาย ทำให้ปัสสาวะไหลผ่านได้ดีขึ้น
รักษาตามสาเหตุเฉพาะ
เช่น หากมีการติดเชื้อ จะให้ยาปฏิชีวนะ หากพบก้อนนิ่ว อาจต้องผ่าตัดนำออก หรือหากอุดตันซ้ำบ่อย อาจแนะนำการผ่าตัดขยายท่อปัสสาวะ
ขั้นตอนการตรวจเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียด
เพื่อให้การรักษาตรงจุด สัตวแพทย์จะทำการตรวจต่อไปนี้
ตรวจร่างกายและคลำกระเพาะปัสสาวะ ใช้เพื่อตรวจว่ามีการขยายตัวของกระเพาะปัสสาวะมากน้อยแค่ไหนและแมวเจ็บหรือไม่
ตรวจเลือด เพื่อประเมินค่าไต ระดับโพแทสเซียม และภาวะความเป็นกรดด่างในร่างกาย ซึ่งสำคัญมากในกรณีเสี่ยงหัวใจเต้นผิดปกติ
ตรวจปัสสาวะ เพื่อเช็กค่า pH ผลึก แบคทีเรีย และความเข้มข้นของปัสสาวะ
เอกซเรย์หรืออัลตร้าซาวด์ ใช้หานิ่ว ก้อนเนื้อ หรือดูโครงสร้างของระบบทางเดินปัสสาวะอย่างละเอียด
การดูแลแมวหลังกลับบ้านเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ
ภาวะฉี่ไม่ออกมักมีโอกาสเกิดซ้ำ โดยเฉพาะในแมวที่มีความเครียด (FIC) หรือนิ่ว การดูแลหลังการรักษาจึงเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นตัวและเพื่อช่วยลดโอกาสที่แมวจะเผชิญปัญหานี้อีกครั้งในอนาคต
เพิ่มน้ำให้แมวอย่างเพียงพอ
ใช้น้ำพุแมวเพื่อกระตุ้นให้ดื่ม
ตั้งชามน้ำหลายตำแหน่งภายในบ้าน
เลือกชามน้ำเซรามิกหรือสเตนเลสเพื่อรักษาความสะอาด
เพิ่มปริมาณน้ำในอาหาร เช่น เพิ่มอาหารเปียก
เลือกอาหารที่เหมาะสม
เลือกอาหารสูตรทางเดินปัสสาวะโดยเฉพาะ เพื่อช่วยปรับ ควบคุมค่า pH ของปัสสาวะให้สมดุล ลดโอกาสเกิดผลึก
ควรเลือกสูตรที่สัตวแพทย์แนะนำตามสาเหตุของแต่ละตัว
การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อลดความเครียด
จัดพื้นที่สงบในบ้านให้แมวได้พักผ่อน
ใช้ของเล่นหรือกิจกรรมเสริม เช่น ของเล่นล่าเหยื่อ
รักษาความสะอาดของกระบะทรายและใช้ทรายคุณภาพดี
ใช้สเปรย์ลดความเครียดช่วยปรับพฤติกรรม
เล่นกับแมววันละ 10-15 นาที
เพิ่มชามน้ำ
เพิ่มกระบะทรายเท่ากับจำนวนแมว +1
ควบคุมน้ำหนักและเพิ่มการออกกำลังกาย
แมวที่มีน้ำหนักเกินจะมีโอกาสเกิดภาวะฉี่ไม่ออกมากขึ้น
การเล่นไล่จับ ของเล่นเสริมกิจกรรม และการจัดพื้นที่ปีนป่ายในบ้านช่วยปรับสมดุลการเผาผลาญและทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแมวฉี่ไม่ออก
แมวฉี่ไม่ออกเป็นภาวะฉุกเฉินไหม?
ใช่ เป็นภาวะที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์ทันที เพราะสามารถทำให้ไตวายและหัวใจหยุดเต้นได้หากปล่อยทิ้งไว้เพียงไม่กี่ชั่วโมง การรักษาทันท่วงทีช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความรุนแรงของโรคได้มาก
อาการเริ่มต้น สัญญาณเตือนเริ่มแรกคืออะไร?
แมวจะเบ่งบ่อยแต่ฉี่ออกเล็กน้อยหรือไม่ออกเลย ส่งเสียงร้องเมื่อพยายามฉี่ และใช้เวลานานในกระบะทราย บางตัวอาจมีพฤติกรรมเลียอวัยวะเพศมากผิดปกติ ซึ่งเป็นลักษณะของการระคายเคืองจากการอุดตันหรือการอักเสบ
เราสามารถช่วยแมวที่ฉี่ไม่ออกที่บ้านได้ไหม?
ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะการปฐมพยาบาลผิดวิธี เช่น การบีบท้องหรือพยายามสวนปัสสาวะเอง อาจทำให้เกิดอันตรายต่อกระเพาะปัสสาวะ การรักษาที่ถูกต้องต้องทำในโรงพยาบาลสัตว์เท่านั้น
ทำอย่างไรให้แมวดื่มน้ำมากขึ้น?
ควรใช้น้ำพุแมว วางชามน้ำหลายจุด เลือกชามน้ำที่กว้างและสะอาด และเพิ่มอาหารเปียกในมื้ออาหารเพื่อเพิ่มความชุ่มน้ำให้ร่างกาย
ทำไมแมวถึงมีโอกาสเกิดภาวะฉี่ไม่ออกซ้ำ?
มักเกิดจากสาเหตุที่ยังคงอยู่ เช่น ความเครียดเรื้อรัง การดื่มน้ำน้อย หรือมีแนวโน้มเกิดผลึกปัสสาวะได้ง่าย การจัดการสิ่งแวดล้อมและควบคุมอาหารจึงเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันการเกิดซ้ำในระยะยาว
สรุป
ภาวะแมวฉี่ไม่ออกเป็นหนึ่งในปัญหาที่ดูเหมือนเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะอาจนำไปสู่ภาวะไตวายหรือหัวใจหยุดเต้นได้ภายในเวลาไม่นาน การเข้าใจสัญญาณเริ่มต้น เช่น เบ่งฉี่บ่อย ฉี่ออกน้อย หรือปวดท้องจากการอักเสบ เมื่อพบอาการผิดปกติควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง
การดูแลแมวหลังการรักษาก็เป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ทั้งเรื่องอาหาร น้ำดื่ม น้ำหนักตัว ความสะอาดของกระบะทราย และการลดความเครียด เพราะแมวที่เคยมีประวัติภาวะนี้มีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ การติดตามผลกับสัตวแพทย์เป็นประจำและสังเกตพฤติกรรมของแมวอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้แมวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เขียน: นสพ. ธนรัฐ บุญประกอบ




Comments