แมวฉี่เป็นเลือด สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
- Tanawat Wat
- Dec 31, 2025
- 2 min read
อยู่ดี ๆ ไปตักทรายในกระบะ แล้วเห็นคราบฉี่สีชมพูหรือแดง ๆ เชื่อว่าหลายคนน่าจะสะดุ้งและเริ่มกังวลทันทีว่า “แมวฉี่เป็นเลือดแบบนี้อันตรายไหม ต้องทำยังไงต่อดี?”
จริง ๆ แล้ว ปัสสาวะแมวปกติควรมีสีเหลืองใสหรือเหลืองอ่อน ไม่ควรมีสีคล้ายเลือดเลย ดังนั้นถ้าเริ่มเห็นสีผิดปกติ หรือสงสัยว่ามีเลือดปนในฉี่ นั่นคือสัญญาณว่าระบบทางเดินปัสสาวะหรือไตของน้องแมวอาจกำลังมีปัญหาอยู่
อาการ “แมวฉี่เป็นเลือด” อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ บางอย่างไม่รุนแรงมาก รักษาทันก็กลับมาเป็นปกติได้ แต่บางสาเหตุถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพาไปหาสัตวแพทย์ เพราะถ้าปล่อยไว้นาน น้องแมวอาจปวดทรมาน เสี่ยงไตวาย หรืออันตรายถึงชีวิตได้

แมวฉี่เป็นเลือดคืออะไร อันตรายมากไหม?
คำว่า “แมวฉี่เป็นเลือด” หมายถึง การที่มีเม็ดเลือดแดงปนออกมากับน้ำปัสสาวะของน้องแมว ทำให้สีฉี่ไม่เหมือนเดิม เช่น สีชมพูอ่อน ๆ, สีแดงเข้ม หรือน้ำตาลคล้ายสนิม ซึ่งบางเคสอาจดูด้วยตาเปล่าไม่ออก แต่เมื่อตรวจปัสสาวะในห้องแล็บจะพบเลือดปนอยู่
เลือดที่ปนมากับฉี่ แปลว่ามีบางอย่างผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ ตั้งแต่ ไต, ท่อไต, กระเพาะปัสสาวะ หรือท่อปัสสาวะ โดยความอันตรายขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น
กระเพาะปัสสาวะอักเสบจากความเครียด รักษาได้โดยการใช้ยา ปรับสภาพแวดล้อมและอาหาร
แต่ถ้าเป็น “ท่อปัสสาวะอุดตัน” นี่คือภาวะฉุกเฉิน ต้องรีบพาไปหาสัตวแพทย์ทันที เพราะน้องจะปวดมาก ขับฉี่ไม่ได้ ของเสียคั่ง จนส่งผลต่อไตและหัวใจ
ถ้าเห็นแมวฉี่เป็นเลือด อย่ารอดูอาการเองหลายวัน และไม่ควรซื้อยามาให้เองโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ เพราะแต่ละสาเหตุต้องใช้วิธีรักษาไม่เหมือนกัน
สัญญาณที่มักเจอร่วมกับอาการแมวฉี่เป็นเลือด
นอกจากสีของฉี่ที่ผิดปกติแล้ว ยังมีอาการอื่นที่คนเลี้ยงสามารถช่วยสังเกตได้ และถ้าเริ่มเห็นหลายข้อรวมกัน แนะนำให้พาไปพบสัตวแพทย์ทันที ไม่ควรรอให้หายเอง เช่น
ไปยืนที่กระบะทรายบ่อย แต่ฉี่ออกนิดเดียว
มีท่าทางเจ็บตอนฉี่
ฉี่ไม่ออก หรือออกเป็นหยด ๆ
พฤติกรรมเปลี่ยนไป

สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้แมวฉี่เป็นเลือด
สาเหตุของอาการแมวฉี่เป็นเลือดมีหลายอย่าง เนื้อหาตรงนี้จะช่วยให้เข้าใจแบบภาพรวม เพื่อเตรียมใจและวางแผนพาไปตรวจได้ถูก
1. กระเพาะปัสสาวะอักเสบจากความเครียด (FIC)
เรียกว่าเป็นโรคยอดฮิตของแมวยุคนี้เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะน้องที่เลี้ยงในบ้าน อยู่แต่ในห้อง อ่อนไหวกับสิ่งแวดล้อม หรือเปลี่ยนแปลงง่าย ๆ ก็เครียดแล้ว
FIC คืออะไร?FIC (Feline Idiopathic Cystitis) คือภาวะที่เยื่อบุผนังกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โดยมักไม่พบการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่เกี่ยวข้องกับความเครียด ระบบประสาท และฮอร์โมนในร่างกาย
สัญญาณของ FIC
ฉี่บ่อย แต่ครั้งละนิดเดียว
ฉี่มีสีชมพูหรือคล้ายมีเลือด
บางตัวเลียบริเวณอวัยวะปัสสาวะบ่อย
มักกำเริบตอนมีเรื่องเครียด เช่น บ้านเสียงดัง มีแขกบ่อย มีสัตว์ตัวใหม่เข้าบ้าน หรือปรับเปลี่ยนที่อยู่
แนวทางดูแล
การรักษา FIC ไม่ได้มีแค่การให้ยา แต่ต้องช่วยน้อง “ลดความเครียด” ร่วมด้วย เช่น
จัดมุมสงบให้พัก
เพิ่มของเล่น/คอนโดแมว
ให้ได้ปีนป่ายและปลดปล่อยพลังงาน
จัดตารางให้อาหารและเล่นให้สม่ำเสมอ
อาหารสูตรเฉพาะสำหรับระบบทางเดินปัสสาวะก็ช่วยลดการกำเริบได้ดีเช่นกัน
2. นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ
อีกหนึ่งสาเหตุหลักของแมวฉี่เป็นเลือด คือ “นิ่ว” หรือเม็ดผลึกที่ไปสะสมในกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ
นิ่วเกิดจากอะไร?นิ่วเกิดจากแร่ธาตุในปัสสาวะที่เข้มข้นเกินไป แล้วค่อย ๆ ตกผลึกเป็นเม็ดเล็ก ๆ คล้ายทราย ก่อนจะรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ถ้ามีนิ่วจะเป็นยังไงบ้าง?
ก้อนนิ่วขูดผนังกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เป็นแผล เลือดเลยปนออกมากับฉี่
ถ้านิ่วหลุดลงไปอุดที่ท่อปัสสาวะ จะทำให้น้องฉี่ไม่ออก เป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องรีบสวนปัสสาวะหรือผ่าตัด
นิ่วมีหลายชนิด เช่น สตรูไวท์ หรือแคลเซียมออกซาเลต แต่ละชนิดใช้วิธีจัดการไม่เหมือนกัน บางแบบละลายได้ด้วยอาหารสูตรเฉพาะ บางแบบต้องผ่าตัดเอาออกเท่านั้น
สัญญาณที่ชวนให้คิดว่าน้องอาจมีนิ่ว
ฉี่เป็นเลือด
ฉี่ขุ่น หรือเหมือนมีเม็ดทรายปน
ฉี่บ่อย แต่นิดเดียว
เคยมีประวัติเป็นนิ่วมาก่อน
การตรวจเอกซเรย์และอัลตราซาวด์จะช่วยยืนยันว่ามีนิ่วอยู่หรือไม่ ก้อนใหญ่แค่ไหน และควรจัดการยังไงต่อ
3. การติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ
ในบางเคส แมวฉี่เป็นเลือดเกิดจาก “การติดเชื้อแบคทีเรีย” ในกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ เชื้อมักทำให้เกิดการอักเสบ บวม แดง จนมีเลือดออกได้
กลุ่มที่มีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น
แมวสูงอายุ
แมวที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือโรคไต
ระบบภูมิคุ้มกันไม่ค่อยแข็งแรง
อาการที่มักเจอเมื่อมีการติดเชื้อ
ฉี่เป็นเลือด
เบ่งฉี่นานผิดปกติ
น้องอาจมีไข้ ตัวอุ่นกว่าปกติ
ดูซึมลง ไม่ค่อยอยากเล่น
เบื่ออาหาร
กรณีนี้มักต้องตรวจปัสสาวะแบบละเอียด และบางครั้งต้องเพาะเชื้อ เพื่อเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม การซื้อยาฆ่าเชื้อมาลองเองโดยไม่ตรวจ อาจทำให้เชื้อดื้อยา และกลับมารักษายากในระยะยาว
4. ก้อนเนื้อหรือมะเร็งในระบบปัสสาวะ
แม้จะไม่ใช่สาเหตุที่พบบ่อยเท่าข้างต้น แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องไม่มองข้าม โดยเฉพาะในแมวที่มีอาการฉี่เป็นเลือดเรื้อรัง รักษาแล้วไม่ดีขึ้นสักที
ลักษณะที่ชวนสงสัย
ฉี่เป็นเลือดนานต่อเนื่อง
รักษาด้วยยา/อาหารแล้ว ดีขึ้นชั่วคราว แต่กลับมาเป็นอีก
ตรวจอัลตราซาวด์แล้วเห็นก้อนหรือมวลเนื้อผิดปกติในกระเพาะปัสสาวะ
ในกรณีนี้ สัตวแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น เก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ เพื่อดูว่าเป็นก้อนเนื้อธรรมดาหรือเนื้อร้าย และวางแผนการรักษาต่อไป
5. การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ
ถ้าน้องแมวเคยตกจากที่สูง ถูกของหล่นใส่หลังหรือท้องน้อย หรือสงสัยว่าอาจเคยถูกกระแทกรุนแรง ภายในร่างกายอาจมีการบาดเจ็บที่กระเพาะปัสสาวะหรือไต จนมีเลือดออกผสมมากับฉี่
สัญญาณที่พอจะช่วยสังเกตได้
เดินกะเผลก หรือเดินผิดปกติ
ไม่ยอมให้จับบริเวณท้องหรือหลัง
ซึม ตัวเกร็ง หรือหายใจถี่
กรณีนี้มักต้องใช้การตรวจร่างกายร่วมกับเอกซเรย์และอัลตราซาวด์ เพื่อเช็กว่าอวัยวะภายในมีความเสียหายอะไรเพิ่มเติมหรือไม่
6. โรคไตและโรคเรื้อรังอื่น ๆ
ไตมีหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด ถ้าไตมีปัญหา เช่น ไตอักเสบหรือไตเสื่อม การกรองอาจผิดปกติ ทำให้มีเม็ดเลือดแดงหลุดออกมากับฉี่ได้เช่นกัน
อาการอื่นที่มักพบร่วมกับโรคไต
ดื่มน้ำเยอะกว่าปกติ
ปัสสาวะบ่อย หรือปริมาณมาก
น้ำหนักลด
เบื่ออาหาร ซึมลง
กลุ่มนี้มักต้องตรวจเลือด ตรวจการทำงานของไต และวางแผนดูแลระยะยาว ร่วมกับการปรับอาหารและการดูแลเรื่องน้ำให้เหมาะสม

วิธีที่สัตวแพทย์ใช้วินิจฉัยเมื่อแมวฉี่เป็นเลือด
พาไปถึงโรงพยาบาลแล้ว ไม่ได้แค่ดูสีฉี่แล้วจบ แต่จะมีขั้นตอนตรวจหลายอย่าง เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจนที่สุด แล้วเลือกการรักษาให้ตรงจุด
ตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) โดยตัวอย่างปัสสาวะอาจเก็บจากฉี่ที่น้องปล่อยเอง หรือดูดผ่านผิวหนังเข้ากระเพาะปัสสาวะโดยตรง (เพื่อให้สะอาด ไม่ปนทราย) ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แยกสาเหตุได้อย่างคร่าว ๆ ว่าเกี่ยวกับนิ่ว ติดเชื้อ หรือการอักเสบจากสาเหตุอื่น
เพาะเชื้อปัสสาวะ (Urine Culture) ถ้าสงสัยว่าน้องมีการติดเชื้อ หรือเคยให้ยาฆ่าเชื้อแล้วอาการไม่ดีขึ้น การเพาะเชื้อปัสสาวะจะช่วยบอกว่า มีเชื้อชนิดไหนอยู่ เชื้อตัวนั้นแพ้หรือดื้อต่อยาอะไรบ้าง ลดโอกาสดื้อยา และทำให้รักษาได้มีประสิทธิภาพที่สุด
อัลตราซาวด์ช่องท้อง อัลตราซาวด์ช่วยให้เห็นด้านในของกระเพาะปัสสาวะและไต เช่น ผนังกระเพาะปัสสาวะหนาขึ้นจากการอักเสบ มีก้อนนิ่วหรือก้อนเนื้ออยู่ด้านใน ลักษณะเนื้อเยื่อของไตผิดปกติ
เอกซเรย์ จะช่วยตรวจนิ่วบางชนิดที่ทึบแสง เช่น นิ่วแคลเซียมออกซาเลต และยังช่วยประเมินว่ามีส่วนอื่นผิดปกติจากอุบัติเหตุร่วมด้วยไหม
ตรวจเลือด จะช่วยดูการทำงานของไตและอวัยวะสำคัญอื่น ๆ ว่าถูกกระทบมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในเคสที่ฉี่ไม่ออกนาน ๆ หรือสงสัยไตเริ่มทำงานผิดปกติ
วิธีรักษาแมวฉี่เป็นเลือด
เมื่อรู้สาเหตุแล้ว สัตวแพทย์จะวางแผนรักษาให้เหมาะกับน้องแต่ละตัว เพราะไม่มีวิธีเดียวที่ใช้ได้กับทุกเคส
ใช้ยาอย่างถูกวิธีและครบทุกขบวนการ
กลุ่มยาที่ใช้บ่อย เช่น
ยาลดอักเสบและลดปวด ช่วยให้น้องสบายตัวขึ้น
ยาคลายกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ ลดอาการเกร็ง
ยาปฏิชีวนะ สำหรับเคสติดเชื้อจากแบคทีเรีย
ยาที่ช่วยละลายนิ่วบางชนิด (ใช้คู่กับอาหารสูตรเฉพาะ)
สิ่งสำคัญคือ ให้ยาให้ครบตามที่สัตวแพทย์สั่ง ไม่หยุดยาเองแม้อาการจะดูดีขึ้นแล้ว และไม่เพิ่มหรือลดยาเองโดยไม่ถามก่อน
การให้น้ำเกลือและดูแลใกล้ชิดที่โรงพยาบาล
เคสบางแบบ เช่น น้องซึมมาก ไม่กินอาหาร อาเจียน หรือสงสัยว่าไตเริ่มมีปัญหา อาจต้องให้นอนโรงพยาบาล เพื่อ
ให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด
ช่วยเจือจางปัสสาวะ
ขับของเสียออกจากร่างกาย
ให้ยาแบบต่อเนื่องและตรวจเช็กอาการอย่างใกล้ชิด
สวนปัสสาวะหรือผ่าตัดในเคสอุดตันหรือนิ่วก้อนใหญ่
ถ้าน้อง “ฉี่ไม่ออกเลย” หรือมีอาการอุดตัน ทางเดินปัสสาวะจะต้องได้รับการสวนท่อปัสสาวะ เพื่อระบายฉี่ที่ค้างอยู่ ลดภาวะไตถูกกดดัน และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับหัวใจจากการเสียสมดุลเกลือแร่
ถ้านิ่วก้อนใหญ่หรือหลายก้อน ไม่สามารถจัดการด้วยอาหารได้ อาจต้องทำการผ่าตัดเอานิ่วออก เพื่อลดความเสี่ยงการอุดตันซ้ำในอนาคต
ปรับอาหารให้เหมาะกับระบบทางเดินปัสสาวะ
อาหารถือเป็น “กุญแจสำคัญ” ทั้งในเรื่องการรักษาและการป้องกัน โดยเฉพาะในแมวที่เคยเป็นนิ่วหรือปัสสาวะผิดปกติมาก่อน อาหารสูตรเฉพาะช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุ ลดการตกผลึก บางสูตรช่วยละลายนิ่วชนิดสตรูไวท์ และควรเพิ่มปริมาณน้ำในมื้ออาหารถ้าเป็นอาหารเปียก โดยก่อนเปลี่ยนอาหารทุกครั้ง ควรปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับโรคหรือสภาพร่างกายของน้องในช่วงนั้น

การดูแลแมวฉี่เป็นเลือดที่บ้าน
หลังจากผ่านการรักษาเบื้องต้นแล้ว การดูแลต่อเนื่องที่บ้านเป็นส่วนสำคัญมาก ช่วยให้น้องฟื้นตัวเร็วขึ้น และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
ช่วยให้น้องดื่มน้ำมากขึ้น
ยิ่งน้องดื่มน้ำมาก ปัสสาวะก็จะไม่ข้นจนเกินไป ช่วยลดโอกาสการเกิดนิ่วและลดการระคายเคืองในกระเพาะปัสสาวะได้ เคล็ดลับง่าย ๆ เช่น ให้ตั้งชามน้ำหลายจุดตามมุมบ้าน, เปลี่ยนน้ำให้ใสและสะอาดบ่อย ๆ, ลองใช้เครื่องน้ำพุเพื่อดึงดูดให้น้องมาดื่ม หรือลองเพิ่มอาหารเปียกในมื้ออาหาร
ทำความสะอาดกระบะทรายให้สม่ำเสมอ
ถ้ากระบะทรายสกปรก มีกลิ่นแรง หรือมีจุดให้ฉี่ไม่พอ น้องอาจกลั้นฉี่นาน ๆ เพราะไม่อยากใช้ ทำให้ปัสสาวะตกค้างในกระเพาะปัสสาวะเพิ่มความเสี่ยงการอักเสบ วิธีดูแลง่าย ๆ เช่น ตักทิ้งส่วนที่สกปรกทุกวัน, ล้างและเปลี่ยนทรายใหม่เป็นระยะ สุดท้ายจำนวนกระบะทรายควรเท่ากับจำนวนแมว + 1 ใบ (เช่น มีแมว 2 ตัว ควรมีกระบะทรายอย่างน้อย 3 ใบ)
ลดความเครียดและจัดบ้านให้เหมาะกับแมว
ความเครียดมีผลอย่างมากต่อโรคทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะ FIC ยิ่งบ้านนิ่ง น้องยิ่งสบายใจ ระบบในร่างกายก็ทำงานสมดุลขึ้น การจัดบ้านให้รองรับพฤติกรรมแมวจึงช่วยได้เยอะ เช่น มีจุดหลบหรือมุมสงบให้พักผ่อน, มีคอนโดหรือที่ให้ปีนป่าย, มีของเล่นหรือกิจกรรมให้ได้ขยับตัว และค่อย ๆ แนะนำสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ ไม่เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมแบบรวดเดียว
คอยสังเกตอาการซ้ำ และพากลับไปตรวจตามนัด
หลังจากเริ่มรักษาแล้ว แนะนำให้สังเกตสีของฉี่และพฤติกรรมน้องอย่างต่อเนื่อง ถ้าเริ่มเห็นว่า กลับมาฉี่บ่อยอีก มีสีฉี่ผิดปกติ มีท่าทางเจ็บตอนฉี่ ควรรีบพากลับไปให้สัตวแพทย์ประเมิน ไม่ควรรอจนรุนแรงเหมือนครั้งแรก การไปตรวจติดตามตามนัด เช่น ตรวจปัสสาวะหรือเลือดเป็นระยะ จะช่วยเช็กได้ว่าระบบในร่างกายกลับมาอยู่ในเกณฑ์ดีแล้วจริง ๆ
ป้องกันไม่ให้น้องกลับมา “ฉี่เป็นเลือด” ซ้ำ
ใครที่เคยผ่านประสบการณ์แมวฉี่เป็นเลือดแล้ว น่าจะไม่อยากให้วนกลับมาเจออีก การป้องกันคือสิ่งที่ช่วยลดโอกาสเกิดซ้ำได้ดีมาก
เลือกอาหารให้เหมาะกับระบบทางเดินปัสสาวะ
ถ้าน้องเคยมีประวัตินิ่วหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบมาก่อน อาหารสูตรเฉพาะสำหรับระบบทางเดินปัสสาวะเป็นตัวช่วยที่ดีมาก เพราะจะช่วยคุมสมดุลแร่ธาตุในปัสสาวะ, ช่วยลดการก่อตัวของผลึกนิ่ว และบางสูตรออกแบบมาช่วยละลายนิ่วบางประเภท โดยการเปลี่ยนอาหารควรทำแบบค่อย ๆ ผสมสูตรเก่ากับสูตรใหม่ และควรทำอย่างมีคำแนะนำจากสัตวแพทย์
ตรวจสุขภาพและตรวจปัสสาวะสมำเสมอ
การตรวจสุขภาพประจำปี และตรวจปัสสาวะหรือเลือดตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ ช่วยให้เจอปัญหาได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการชัดเจน เช่น ค่าไตเริ่มผิดปกติ, ปัสสาวะเริ่มมีผลึกเล็ก ๆ หรือมีสัญญาณการอักเสบเล็กน้อย ซึ่งยิ่งรู้เร็ว ก็ยิ่งจัดการได้ง่าย ไม่ต้องรอจนถึงขั้นฉี่เป็นเลือดหรืออุดตัน
ส่งเสริมให้ดื่มน้ำและขยับตัว
การดื่มน้ำเยอะและได้ออกกำลังกายเหมาะสม ช่วยให้ระบบไหลเวียนและการขับของเสียทำงานดี ลดโอกาสที่ปัสสาวะจะเข้มข้นจนก่อปัญหา นอกจากนี้ การเล่นกับน้องเป็นประจำ ยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย

สรุป : แมวฉี่เป็นเลือด…ต้องรีบสังเกตและรีบพาไปตรวจ
อาการ “แมวฉี่เป็นเลือด” ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรปล่อยให้หายเอง เพราะเบื้องหลังอาจเป็นได้ทั้ง กระเพาะปัสสาวะอักเสบจากความเครียด, นิ่วในทางเดินปัสสาวะ, การติดเชื้อแบคทีเรีย, โรคไต หรือภาวะอุดตันที่ต้องรีบทำการรักษาด่วน
สิ่งที่คนเลี้ยงควรทำเมื่อเห็นความผิดปกติ คือ
รีบพาน้องไปพบสัตวแพทย์ เพื่อตรวจและหาสาเหตุที่แท้จริง
ให้การรักษาตามคำแนะนำอย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องยา การให้น้ำเกลือ หรือการผ่าตัดถ้าจำเป็น
ปรับอาหาร ดื่มน้ำ และสภาพแวดล้อม ให้เหมาะกับการดูแลระบบทางเดินปัสสาวะ
สังเกตอาการซ้ำ และพากลับไปตรวจตามนัด
เมื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้องและดูแลต่อเนื่องอย่างเหมาะสม น้องแมวจำนวนมากสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ วิ่งเล่น กินเก่ง และกระบะทรายกลับมาเป็นสีปกติอีกครั้ง ถ้าตอนนี้เริ่มสงสัยว่าน้องที่บ้านอาจมีอาการเข้าข่าย “แมวฉี่เป็นเลือด” แล้วลังเลอยู่ว่าควรทำยังไงดี แนะนำว่าไม่ต้องรอให้แน่ใจ 100% ก็ได้ แค่เริ่มจากการพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจสักครั้ง ก็ช่วยให้อุ่นใจทั้งคนเลี้ยงและน้องได้มากแล้ว
ผู้เขียน: นสพ. ธนรัฐ บุญประกอบ




Comments