🐶🐱อาการฮีทในน้องหมาและน้องแมวเป็นยังไง?
- Admin UVET
- Nov 18, 2025
- 1 min read
อาการฮีท (เป็นสัด) คืออะไร?
คือภาวะที่ระบบสืบพันธุ์ของน้องหมาและน้องแมวเข้าสู่ช่วงพร้อมผสมพันธุ์
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศตามรอบธรรมชาติ ซึ่งพบได้ในทั้งเพศเมียและเพศผู้

วิธีสังเกตว่าน้องหมาและน้องแมวของเราฮีท (เป็นสัด)
🐶น้องหมาฮีทเป็นยังไง?
ช่วงอายุเริ่มฮีท : สายพันธุ์ส่วนใหญ่เริ่มประมาณ 6-14 เดือน (ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์-พันธุ์เล็กมักฮีทเร็วกว่า)
รอบฮีท : ทุก 6-8 เดือน หรือปีละ 1-2 ครั้ง
เพศเมีย
อาการที่สังเกตได้ชัด
อวัยวะเพศบวม
อาจจะมีเลือดหรือไม่มีเลือดที่บริเวณอวัยวะเพศก็ได้
ชอบเลียบริเวณอวัยวะเพศ
มีท่าทางเชิญตัวผู้ เช่น ยกก้นขึ้นเมื่อถูกลูบหลัง
มีตัวผู้เข้ามาตามกลิ่น
ระยะเวลา : โดยเฉลี่ย ฮีทนาน 6-11 วัน
เพศผู้
อาการที่สังเกตได้ชัด
ดมกลิ่นตัวเมียโดยจะแสดงความสนใจต่อปัสสาวะหรือสารคัดหลังจากอวัยวะเพศของน้องหมาเพศเมีย
พยายามหนีออกจากบ้านไปหาตัวเมีย
มีพฤติกรรมขี่สิ่งของหรือสัตว์อื่น
เห่าหรือกระสับกระส่ายกว่าปกติ
กินอาหารน้อยลงในบางตัว
ระยะเวลา : ตัวผู้สามารถผสมพันธุ์ได้ตลอดปีขึ้นอยู่กับการกระตุ้นจากตัวเมีย ตั้งแต่อายุประมาณ 6-9 เดือนขึ้นไป
🐱น้องแมวฮีทเป็นยังไง?
ช่วงอายุเริ่มฮีท : ประมาณ 5-9 เดือน
รอบฮีท : โดยปกติการผสมพันธุ์ของน้องแมวจะขึ้นอยู่กับช่วงแสง หากมีช่วงกลางวันที่ยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง แมวจะเข้าสู่วงจรการเป็นสัด แต่เนื่องจากประเทศไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร จึงมีช่วงแสงที่ยาวนานเกือบตลอดทั้งปี ทำให้แมวเข้าสู่วงรอบการติดสัดได้เกือบตลอดทั้งปี
เพศเมีย
อาการที่สังเกตได้ชัด
ส่งเสียงร้อง หง่าวดังต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวลากลางคืน
กลิ้งไปมา ถูพื้น ข้าวของ หรือมนุษย์
ยกก้นขึ้น โก่งหลังเมื่อถูกสัมผัส
พยายามหนีออกไปนอกบ้านหรือหาตัวผู้
ระยะเวลา : ฮีทแต่ละครั้งเฉลี่ยประมาณ 7 วัน
เพศผู้
อาการที่สังเกตได้ชัด
ส่งเสียงร้องดังหรือเรียกคู่โดยเฉพาะตอนกลางคืน
พ่นฉี่ตามมุมห้องหรือของใช้ เพื่อทำเครื่องหมายอาณาเขต
พยายามหนีออกไปหาตัวเมีย
ต่อสู้กับแมวตัวผู้ตัวอื่นเพื่อแย่งคู่
ทำหมันจะช่วยลดอาการฮีทได้ยังไง?
อาการฮีทในน้องหมาและน้องแมวเกิดจากการหลั่งฮอร์โมนเพศ (เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน) จากรังไข่ ฮอร์โมนเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายและพฤติกรรม เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว, ผนังช่องคลอดบวม มีสารคัดหลั่งหรือพบเลือดออก และพฤติกรรมเรียกคู่ (ร้องหง่าว เสียดสีถูตัวกับสิ่งของ ชูหาง และยอมรับการผสมพันธุ์)
เพศเมีย
เมื่อสัตวแพทย์ทำหมันเพศเมีย จะทำการผ่าตัดเอารังไข่และมดลูกออก (ovariohysterectomy) ทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนเพศหญิงได้อีกต่อไป วงจรการเป็นสัดจึงหยุดถาวร
ดังนั้นการทำหมันเพศเมียจะทำให้ไม่มีเลือดออกหรืออาการฮีทอีก, พฤติกรรมเรียกคู่จะหายไป, ความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ เช่น มดลูกอักเสบ (Pyometra) ก็จะไม่มีเพราะได้ผ่าเอามดลูกออกไปแล้ว และยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านมได้
เพศผู้
การทำหมันคือการตัดอัณฑะ (Castration) ออกทั้งสองข้าง ทำให้ไม่มีน้ำเชื้อในการผสมพันธุ์และยังไม่มีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ผลิตจากอัณฑะ ทำให้ไม่มีพฤติกรรมการร้องหาคู่ การออกนอกบ้านเพื่อไปหาตัวเมีย การต่อสู้เพื่อแย่งชิงตัวเมีย ลดพฤติกรรมการพ่นฉี่ตามมุมห้อง เป็นต้น นอกจากนี้ยังช่วยลดการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เช่น โรคต่อมลูกหมาก เนื้องอกที่ต่อมข้างก้น เป็นต้น
⚠️ ช่วงฮีททำหมันได้ไหม?
โดยทั่วไป ไม่แนะนำให้ทำหมันในช่วงที่น้องกำลังฮีทอยู่ เพราะช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและการไหลเวียนเลือดมากกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณมดลูกและรังไข่ หากผ่าตัดในช่วงนี้จะมีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น เลือดออกมากขณะผ่าตัด, แผลหายช้ากว่าปกติ
ควรรอนานแค่ไหนหลังฮีทถึงจะทำหมันได้?
แนะนำรอประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังจากฮีทหมด (หรือจนไม่มีเลือดออกและอวัยวะเพศกลับสู่ปกติ) เพราะ
ฮอร์โมนภายในร่างกายจะกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล
หลอดเลือดที่มดลูกหดตัวและไม่เปราะบาง
ลดโอกาสเลือดออกมากในระหว่างผ่าตัด
ระหว่างรอให้หมดฮีท ควรดูแลยังไง?
แยกตัวเมียออกจากตัวผู้เด็ดขาด เพื่อป้องกันการผสมโดยไม่ตั้งใจ
เพราะในช่วงฮีท ตัวเมียจะมีฟีโรโมนที่ดึงดูดตัวผู้ได้ แม้จะอยู่ไกลหรืออยู่คนละบ้าน น้องตัวผู้ก็สามารถได้กลิ่นและอาจพยายามหนีออกไปหาตัวเมีย จึงควรแยกเลี้ยงในห้องหรือพื้นที่ปิดมิดชิดและไม่ควรพาออกนอกบ้านช่วงนี้ เพื่อป้องกันการผสมโดยไม่ตั้งใจ
รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศเมีย ใช้กระดาษชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดเบา ๆ วันละ 1-2 ครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือสามารถใส่ผ้าอ้อมสุนัขเพื่อไม่ให้เลือดเลอะพื้นที่อื่น ๆ
ดูแลให้น้องอยู่ในที่สงบ และพื้นที่ปิดที่มีรั้วรอบขอบชิด เพื่อป้องกันการหลบหนีออกไป
หากเลือดออกมากผิดปกติ หรือพบว่ามีของเหลวสีขาวขุ่นหรือหนอง ควรพบสัตวแพทย์ทันที
เพราะอาจเป็นสัญญาณของ มดลูกอักเสบ (Pyometra) หรือ ติดเชื้อในโพรงมดลูกได้
การทำหมันเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดปัญหาสุขภาพระยะยาวและควบคุมพฤติกรรม
แต่ช่วงเวลาก็สำคัญไม่แพ้กัน การทำหมันในช่วงที่ร่างกายนิ่งแล้วหลังหมดฮีท จะปลอดภัยกว่ามาก
ฟื้นตัวเร็ว และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดได้ดีที่สุด




Comments