ทำไมหมาอ้วก? รวมสาเหตุ อาการเตือน วิธีดูแล และวิธีป้องกันที่เจ้าของควรรู้
- Tanawat Wat
- Dec 31, 2025
- 2 min read
อาการอ้วกเป็นสิ่งที่เจ้าของหมาเจอกันได้บ่อยมาก และหลายครั้งก็น่าตกใจจนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อดี บางทีอาจเป็นแค่เรื่องเล็ก เช่น กินอาหารเร็วเกินไป กระเพาะยังไม่ทันย่อย แต่บางสาเหตุก็อันตรายและต้องรีบพาไปหาสัตวแพทย์ การรู้ว่าหมาของเรากำลังอ้วกเพราะอะไร และควรดูแลแบบไหนจึงสำคัญมาก บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุที่พบบ่อย อาการเตือนแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม วิธีดูแลที่ถูกต้อง และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก

สาเหตุที่ทำให้หมาอ้วกได้บ่อย
กินเร็วเกินไป
สาเหตุแรกที่พบได้บ่อยมากคือ “กินเร็ว” เมื่อหมารีบกินเกินไป เขาจะกลืนอากาศจำนวนมากพร้อมอาหาร ทำให้กระเพาะมีแรงดันสูงและอ้วกออกเป็นอาหารก้อนใหญ่ทันทีหลังมื้ออาหาร พฤติกรรมนี้มักพบในบ้านที่มีหมาหลายตัว เพราะหมาจะรู้สึกเหมือนต้องแย่งอาหาร หรือในหมาที่มีความตื่นเต้นสูง เช่น เห็นอาหารแล้วดีใจจนรีบกินโดยไม่เคี้ยวให้ละเอียด การกินเร็วไม่ใช่เรื่องอันตรายร้ายแรงเสมอไป แต่ถ้าเกิดบ่อยครั้งอาจทำให้กระเพาะทำงานหนักและเสี่ยงอุดตันในบางกรณีได้ วิธีช่วยลดอาการนี้คือใช้ชามกันกินเร็ว แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ และให้กินในที่สงบเพื่อลดความตื่นเต้น
เปลี่ยนอาหารแบบฉับพลัน
ถ้าคุณเพิ่งเปลี่ยนอาหารเม็ด ยี่ห้อ ขนม หรือลองอาหารใหม่ให้หมา แล้วเขามีอาการอ้วกหรือท้องเสียทันที มีโอกาสสูงว่า “ระบบย่อยอาหารยังไม่ทันปรับตัว” เพราะอาหารแต่ละสูตรแตกต่างกันทั้งโปรตีน ไขมัน และส่วนผสม บางตัวไวต่อการเปลี่ยนอาหารมากจนทำให้ระคายเคืองกระเพาะและลำไส้ การเปลี่ยนอาหารที่ถูกต้องควรค่อย ๆ ผสมเพิ่มทีละน้อย เช่น วันแรกให้ 25% ของสูตรใหม่ และค่อยเพิ่มให้เป็น 50% ในวันถัดไป ทำแบบนี้ต่อเนื่องประมาณ 5–7 วัน จะช่วยลดโอกาสอาเจียนและทำให้ระบบย่อยอาหารปรับตัวได้ดีขึ้น หากหมามีประวัติท้องเสียง่าย อาจต้องปรับช้ากว่าเดิมอีก
การกลืนสิ่งแปลกปลอม
สาเหตุนี้ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะเป็นภาวะที่อันตรายมาก หมามักชอบกัดเล่นและเผลอกลืนสิ่งของจำพวกของเล่นชิ้นเล็ก เศษผ้า ผงพลาสติก หรือกระดูกที่แตกหัก สิ่งเหล่านี้อาจติดในกระเพาะหรือลำไส้ ทำให้เกิดการอุดตันซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาแบบเร่งด่วน อาการที่ควรสังเกตคือ อ้วกถี่แต่ปริมาณน้อย ท้องแข็ง เจ็บเมื่อจับ ไม่ถ่ายหรือถ่ายน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หากคุณพบว่ามีของเล่นหายไป หรือเห็นรอยกัดบนวัตถุในบ้าน บวกกับหมามีอาการอ้วก ควรรีบพาไปตรวจทันที ไม่ควรรอดูอาการ และไม่ควรกระตุ้นให้อาเจียนเองเพราะอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมเคลื่อนและอันตรายขึ้นกว่าเดิม
การติดเชื้อในกระเพาะและลำไส้
อาการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร เช่น พาร์โวไวรัส โปรโตซัว หรือแบคทีเรียบางชนิด มักทำให้เกิดอาเจียนร่วมกับท้องเสียอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในลูกสุนัขที่ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง อาการเด่นคืออ้วกถี่ อุจจาระมีกลิ่นแรงผิดปกติ มีไข้ ซึม และเบื่ออาหาร
การติดเชื้อไวรัสอย่างพาร์โวถือว่าอันตรายมาก ต้องให้การรักษาทันที เพราะหมาจะสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็วและอาจเกิดช็อกได้ การรักษามักต้องให้น้ำเกลือ ยาปฏิชีวนะ และการดูแลใกล้ชิด การประเมินเร็วช่วยเพิ่มโอกาสรอดอย่างมาก
พยาธิในระบบย่อยอาหาร
พยาธิบางชนิด เช่น พยาธิปากขอ พยาธิตัวกลม หรือ Giardia สามารถทำให้หมาเกิดอาการอาเจียนเป็นช่วง ๆ ได้ เพราะพยาธิทำให้ลำไส้ระคายเคืองและย่อยอาหารได้ไม่ดี นอกจากนี้หมาอาจมีน้ำหนักลดลงแม้กินอาหารปกติ หรือมีเมือกในอุจจาระ การตรวจอุจจาระสามารถบอกได้ว่ามีพยาธิชนิดใดอยู่ในร่างกาย การให้ยาถ่ายพยาธิแบบผิดชนิดอาจไม่ได้ผลหรือทำให้หมาอาเจียนหนักกว่าเดิม จึงควรให้สัตวแพทย์เป็นผู้เลือกยาที่เหมาะสม การถ่ายพยาธิตามกำหนดปีละ 3–4 ครั้งสามารถช่วยลดปัญหาได้มาก
ความผิดปกติของอวัยวะภายใน
ถ้าหมาอ้วกเรื้อรัง อ้วกสีเหลือง ซึม ไม่กินอาหาร หรือมีน้ำหนักลด อาจเกี่ยวข้องกับโรคของตับ ไต หรือตับอ่อน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการย่อยอาหารและการกำจัดของเสีย เมื่ออวัยวะเหล่านี้ทำงานผิดปกติ ร่างกายจะมีความไม่สมดุลและส่งผลให้อาเจียนได้อย่างต่อเนื่อง เช่น โรคไตอาจทำให้หมามีกลิ่นปากและคลื่นไส้ โรคตับอาจทำให้เกิดอ้วกสีเหลืองจากการคั่งของน้ำดี ส่วนตับอ่อนอักเสบมักมาพร้อมอาการเจ็บท้อง การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจเลือดและอัลตราซาวด์เพื่อดูการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ
การได้รับสารพิษ
หมาอาจได้รับสารพิษโดยไม่ตั้งใจจากอาหารต้องห้าม เช่น ช็อกโกแลต หัวหอม องุ่น สารเคมีในบ้าน ยาฆ่าแมลง หรือพืชมีพิษ อาการที่พบได้บ่อยคือ น้ำลายไหลมาก เดินเซ อ้วกติดต่อกันหลายครั้ง และซึมลงอย่างรวดเร็ว การได้รับสารพิษถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพาไปหาสัตวแพทย์ทันที เพราะบางชนิดส่งผลต่อระบบประสาท หัวใจ หรืออวัยวะสำคัญอื่น ๆ หากทราบว่าหมากินอะไรเข้าไป ควรนำฉลากหรือตัวอย่างไปให้สัตวแพทย์ดูเพื่อช่วยให้รักษาได้ตรงจุดที่สุด

อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาหมาไปหาสัตวแพทย์ทันที
อ้วกถี่ภายในเวลาไม่นาน
ถ้าหมาอ้วกมากกว่า 2–3 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะหากอ้วกแล้วไม่ยอมกินหรือดื่มน้ำ อาจเกิดภาวะขาดน้ำรวดเร็วหรือมีการอุดตันของลำไส้ อาการแบบนี้ไม่ควรเฝ้าดูเอง ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุด้วยการตรวจเลือดหรือเอกซเรย์ การปล่อยไว้จะทำให้ร่างกายอ่อนแรงและเสี่ยงช็อกได้ง่าย
อ้วกมีเลือดปน
เลือดในอ้วกอาจมีสีแดงสดหรือสีน้ำตาลเข้ม ลักษณะคล้ายกากกาแฟ บ่งบอกถึงการมีแผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบรุนแรง หรือการบาดเจ็บจากสิ่งแปลกปลอมที่มีคม หากพบเลือดแม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบพาไปตรวจทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะรุนแรงที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เช่น แผลกระเพาะหรือการทะลุของลำไส้
อ้วกร่วมกับซึมและไม่กินอาหาร
เมื่อหมาอ้วกและมีอาการซึมร่วมกัน เช่น นอนมากผิดปกติ ไม่สนใจสิ่งรอบตัว ไม่กินหรือไม่ดื่มน้ำ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรุนแรง ระบบอวัยวะภายในผิดปกติ หรือภาวะขาดน้ำขั้นต้น หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่ภาวะช็อก ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อประเมินอาการและให้การรักษาที่เหมาะสม
อ้วกพร้อมท้องเสียรุนแรง
อาการนี้อาจเกี่ยวข้องกับไวรัส เช่น พาร์โว ซึ่งพบได้มากในลูกสุนัข การอาเจียนและท้องเสียพร้อมกันจะทำให้สูญเสียน้ำเร็วมาก ส่งผลให้ร่างกายทรุดลงอย่างรวดเร็ว หากหมามีกลิ่นอุจจาระแรงผิดปกติ ถ่ายเป็นเลือด หรืออ่อนแรง ควรรีบไปพบสัตวแพทย์ทันที การรักษาตั้งแต่ระยะแรกช่วยเพิ่มโอกาสรอดได้มาก
วิธีดูแลเบื้องต้นเมื่อหมาอ้วก
ให้สังเกตอาการว่าอ้วกเพิ่มอีกหรือไม่ ถ้าหายหมายังไม่หยุดอ้วกควรพามาพบสัตวแพทย์ทันที แต่เมื่อ
หมาหยุดอ้วกติดต่อกันหลายชั่วโมง สามารถเริ่มให้อาหารอ่อน ๆ ได้ เช่น ข้าวต้ม อกไก่ต้ม หรืออาหารสูตรย่อยง่ายตามคำแนะนำจากสัตวแพทย์ ควรเริ่มจากปริมาณเล็กน้อยก่อน และค่อยเพิ่มหากไม่มีอาการอาเจียนซ้ำ อาหารไขมันสูงควรหลีกเลี่ยงเพราะจะกระตุ้นให้กระเพาะทำงานหนัก
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
อย่าให้ยาแก้อาเจียนของคนหรือยาใด ๆ ที่ไม่ได้มาจากสัตวแพทย์ เพราะตัวยาบางชนิดอันตรายต่อระบบประสาทและไตของสุนัข นอกจากนี้ไม่ควรบังคับให้กินน้ำหรืออาหารเพราะเสี่ยงต่อการสำลัก และไม่ควรกระตุ้นให้อาเจียนเองหากไม่แน่ใจว่าหมากินอะไรเข้าไป โดยเฉพาะสิ่งแปลกปลอมหรือสารพิษบางชนิดที่อาจทำให้เกิดบาดแผลภายในได้
วิธีป้องกันไม่ให้หมาอ้วกซ้ำ
เลือกอาหารที่เหมาะกับระบบย่อย
อาหารที่เหมาะสมช่วยให้ระบบย่อยของหมาทำงานเต็มประสิทธิภาพ ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนย่อยง่าย ไขมันไม่สูงเกินไป และไม่มีสารที่หมาแพ้บ่อย เช่น ข้าวโพดหรือข้าวสาลี หากหมามีระบบย่อยอาหารไว ควรเลือกสูตรเฉพาะสำหรับทางเดินอาหาร หรืออาหารที่ระบุว่าเหมาะกับสุนัขที่กระเพาะไม่แข็งแรงการค่อย ๆ เปลี่ยนสูตรอาหารทุกครั้งจะช่วยป้องกันอาการอาเจียนได้ดีขึ้น
แบ่งมื้ออาหารอย่างเหมาะสม
การให้มื้อเดียวปริมาณมากอาจทำให้กระเพาะทำงานหนักจนเกิดอาการอ้วก การแบ่งเป็น 2–3 มื้อต่อวันช่วยให้ย่อยง่ายกว่า และยังป้องกันการอ้วกน้ำดีในตอนเช้าจากท้องว่างนาน หากหมาชอบกินเร็ว การใช้ชามกันกินเร็วจะช่วยลดปัญหาได้ดี
ดูแลสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย
สิ่งแปลกปลอมในบ้าน เช่น ของเล่นที่ชำรุด เศษผ้า ผงพลาสติก หรือกระดูกที่แตก สามารถเป็นปัญหาใหญ่และทำให้เกิดการอุดตันได้ ควรตรวจสอบของเล่นเป็นประจำ กำจัดสิ่งที่อาจกลืนได้ง่าย และเก็บสารเคมีหรือยาพิษในที่ที่หมาเอื้อมไม่ถึง การจัดบ้านให้ปลอดภัยช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้มาก
ตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนตามโปรแกรม
การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้ตรวจพบโรคที่ทำให้เกิดอาการอาเจียนตั้งแต่ระยะแรก เช่น โรคไต โรคตับ หรือพยาธิในเลือด อีกทั้งการฉีดวัคซีนครบถ้วนตามโปรแกรมและการถ่ายพยาธิอย่างสม่ำเสมอ 3–4 ครั้งต่อปี ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อในระบบย่อยอาหาร การดูแลเชิงป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้หมามีสุขภาพแข็งแรงและลดเหตุการณ์อาเจียนซ้ำ

สรุป
อาการหมาอ้วกเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายกำลังตอบสนองต่อสิ่งผิดปกติ ทั้งในระบบย่อยอาหารและอวัยวะภายใน แม้บางสาเหตุอาจไม่รุนแรง เช่น การกินเร็วหรือท้องว่างเกินไป แต่ไม่ควรมองข้ามสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติอย่างจริงจัง เช่น อ้วกถี่ อ้วกมีเลือด อ้วกสีผิดปกติ หรือมีอาการซึมร่วมด้วย
การสังเกตอย่างละเอียดตั้งแต่ลักษณะของอ้วก สี กลิ่น ความถี่ และอาการร่วม เช่น ท้องเสียหรือไม่กินอาหาร ช่วยให้ประเมินได้ดีขึ้นว่าควรดูแลต่อที่บ้านหรือรีบพาไปพบสัตวแพทย์ นอกจากนี้ การจดบันทึกเวลาและลักษณะอ้วกยังเป็นประโยชน์มากเมื่อพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจ เพราะข้อมูลดังกล่าวช่วยให้สัตวแพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น
การสังเกตหลังหมาอ้วกเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหากยังพบว่า หมายังอ้วกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ แต่หากหยุดอ้วกแล้วก็อาจจะ เริ่มให้อาหารอ่อนเมื่ออาการดีขึ้น ส่วนสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงคือการให้ยาของคน การบังคับดื่มน้ำ และการกระตุ้นให้อาเจียนเอง การทำสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่มีการอุดตันหรือสารพิษ
ส่วนของการป้องกัน การเลือกอาหารที่เหมาะสม แบ่งมื้ออาหารให้เหมาะกับลักษณะของสัตว์เลี้ยง ตรวจสอบสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย และตรวจสุขภาพประจำปีช่วยลดโอกาสเกิดอาการหมาอ้วกซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฉีดวัคซีนและถ่ายพยาธิตามกำหนดยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ
ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลสัตว์เลี้ยงให้ห่างไกลจากอาการอ้วกไม่ใช่เรื่องยาก หากเข้าใจสาเหตุและรู้วิธีสังเกตอย่างถูกต้อง เมื่อพบอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ การรักษาอย่างทันท่วงทีช่วยให้สัตว์เลี้ยงกลับมาแข็งแรง และช่วยให้ผู้เลี้ยงมั่นใจในการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในทุกช่วงวัยได้อย่างมีคุณภาพ
ผู้เขียน: นสพ. ธนรัฐ บุญประกอบ




Comments